“11 ปี ภายใต้ปีก McLaren Bangkok โดยมี วิทวัส ชินบารมี ผู้บริหารแบรนด์ซูเปอร์คาร์ McLaren รถยนต์สัญชาติอังกฤษ ทีมีจุดเด่นแตกต่างจากซูเปอร์คาร์เจ้าอื่น เสิร์ฟทั้งนวัตกรรม ความหรูหรา เรียบง่ายที่ไม่ต้องตะโกน”

วันนี้ “วิทวัส ชินบารมี” ผู้บริหาร McLaren Bangkok ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถซูเปอร์คาร์ McLaren อย่างเป็นทางการในประเทศไทยกว่า 11 ปี เปิดเผยว่าได้เริ่มต้นนำเข้ารุ่น P1 รถสปอร์ตเรือธง จากนั้นเป็นรุ่น 650 S ปีแรกขายประมาณ 10 คัน แล้วขายดีขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนโควิดยอดขายเพิ่มถึง 25 คันต่อปี จากนั้นยอดขายตกลงไปอยู่ที่ 15 คันต่อปี

McLaren 750S

“ตัวเลขตกลงไม่ใช่เพราะขายไม่ได้ แต่ทางบริษัทแม่ไม่สามารถส่งรถให้ได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นเหมือนกันทุกแบรนด์  แต่โชคดีตลาดรถมือสองแข็งมาก โดยราคาสูงขึ้นเกือบทุกยี่ห้อราว 15% ทำให้สถานการณ์ไม่แย่นัก อย่างไรก็ตามหลังจากโควิด เรามาเปิดตัว ARTURA รถปลั๊ก-อิน ไฮบริด มีกระแสตอบรับดีมาก โดยเฉพาะราคาที่ลดลงจากเดิม 27 ล้านบาท เหลือประมาณ 20 ล้านบาท เนื่องจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่ลดลงนั่นเอง ส่งผลให้ ARTURA กลายเป็นรถหลักที่ขายดีมากเฉลี่ยปีละกว่า 20 คัน จากช่วงที่ขายดีทะลุ 32 คันทีเดียว”

McLaren W1

สำหรับ ARTURA Spider เป็นรถขายดีที่สุด เพราะราคาจับต้องได้ง่าย ในบรรดา 4 รุ่น ทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสามารถเป็นเจ้าของได้ เนื่องจากราคาถูกลงมาก จากปัจจุบันเรามีโปรดักส์ที่ขายอยู่ 4 ตัวคือ RM 65-01 McLaren W1 ราคาเริ่มต้น 80 ล้านบาท(ยังไม่รวมภาษีนำเข้า), McLaren 750S coupe ราคา 32.4 ล้านบาท, McLaren 750S Spider ราคา 34.5 ล้านบาท และ McLaren Artura Spider ราคา 22.9 ล้านบาท

McLaren 750S

“ตลอด 11 ปีที่ผ่านมาเรามียอดขายสะสมแตะ 200 คัน เทียบกับแบรนด์อื่นถือว่าไม่มากและปีนี้ทางบริษัทแม่ยังไม่มีรถใหม่ออกมา แต่จะรักษายอดขายระดับ 20 คัน ตามสถานการณ์ตลาด ส่วนปี 2569 คาดว่าน่าจะมีรถใหม่ออกสู่ตลาด 2 รุ่น ดังนั้นปีนี้เราจึงหันมาเน้นการบริการดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกเรื่องจบด้วยคน ๆ เดียวได้ในทุกคำถามของลูกค้าที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีกิจกรรมให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี”

ผู้บริหารหนุ่มบอกอีกว่าทีมของเราก็ต้องออกไปพบลูกค้าปีนึง 2 ครั้ง ถ้ารถลูกค้ามีปัญหาเราสามารถจัดการได้เลย เพราะทุกครั้งที่ออกไปหาลูกค้าจะมีช่างไปด้วยตลอด ที่สำคัญช่างของเรามีความชำนาญอย่างมืออาชีพที่ได้เข้ารับการฝึกอบรมโดยตรง จากทีมของ McLaren Automotive พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาของรถยนต์ได้ถูกต้องและรวดเร็ว

McLaren 750S The Drive – Estoril, Portugal, November 2023 Ref: McLaren_750S_TheDrive-0951.JPG

สำหรับรายได้ด้านศูนย์บริการอยู่ที่ปีละ 30 ล้านบาท ถือว่าไม่มากเหมือนรถตลาด แต่เราดันได้จุดนึง เราพยายามทำให้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ไม่ได้ปักธงว่าจะต้องมีตัวเลขเท่าไรโดยเราจะทำหลังบ้านให้แข็งแรงให้ดีที่สุดเพื่อสร้างความพึงพอใจเป็นหัวใจสำคัญ ส่วนรถจากผู้นำเข้าอิสระ(เกรย์มาร์เก็ต) นั้นบริษัทไม่ได้ให้บริการแต่อย่างใด เนื่องจากต้องการมอนิเตอร์เฉพาะลูกค้าจะต้องได้รับการดูแลหลังการขายด้วยมาตรฐาน

“ในวงการลักชัวรี่ไทยมีการพัฒนาไปแล้วจุดนึง บางประเทศคนรวยเค้าซื้อได้ แต่คนไทยศึกษาซึมซับแล้วเกิด Passion ก่อนค่อยซื้อ วันนี้คนซื้อรถต้องดูระยะยาว ตั้งแต่โปรดักส์ จ่ายแพง ได้สังคมดี แล้วได้รับการันตีมาตรฐานจากโรงงานไปจนถึงการขายต่ออีกด้วย ส่วนการทำตลาดลักชัวรีไม่มีปัญหา ยิ่งคู่แข่งขายได้เยอะยิ่งเป็นผลดีกับเรา อย่างคนซื้อเฟอร์รารี, แลมโบกินี ต่างๆถือว่ายังไม่จบเหมือนวงการกระเป๋าผู้หญิงที่มาจบแบรนด์แอร์เมส เช่นเดียวกับรถลักชัวรีที่จบด้วยแมคลาเรน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ไม่ต้องโปรโมทไม่ต้องโชว์ เพราะไม่ใช้เวย์ แต่มันคือความเรียบง่าย  ความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่แบรนด์ที่มานั่งตะโกน เพราะฉะนั้นความที่เป็น Quiet Luxury คือสิ่งที่ลูกค้าลักชัวรี่จะได้จริง”

ผู้บริหารหนุ่มยังบอกอีกว่าจุดเด่นของ McLaren ที่ต่างจากเจ้าอื่นตรงที่การนำเทคโนโลยีจากฟอร์มูล่าวันมาปรับใช้ อย่าง Brake Steer พร้อมคาลิปเปอร์ เบรกจากอะลูมินั่ม รวมถึงความโดดเด่นการนำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบามาใช้ จอทัชสกีน (Touch Screen) เราใช้มา 11 ปีแล้วซึ่งยี่ห้ออื่นเพิ่งนำมาใช้ 4 ปีนี้เองสำหรับซูเปอร์คาร์เราสร้างทุกอย่างของเราขึ้นมาไม่ได้ไปจ้างคนอื่นผลิตให้ แต่เกิดจาก Passion ล้วน ๆ ผมมองว่า มันคือความคุ้มค่าของแมคลาเรนมากกว่า

“ได้ประชุมร่วมกับทีม McLaren ที่ต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2020 เขาบอกว่าในปี 2025 จะมีรถไฟฟ้า แต่ตอนนี้แผนผลิตรถไฟฟ้ายังยืดออกไปไม่เห็นวี่แววว่าจะทำ ผมมองว่าเขาตัดสินใจถูกแล้ว เพราะถ้าลงมาเล่นตอนนี้จะเจอคู่แข่งมหาศาล บวกกับมวยมันคนละรุ่น เรารุ่นใหญ่กว่าพวกเขาไม่สามารถโดดลงมาเล่นตลาดรถเครื่องยนต์ โดยเฉพาะซูเปอร์คาร์ได้เพราะต้องลงทุนมาก ผมว่าทางบริษัทแม่คงไม่เล่นเกมนี้แน่นอน และเชื่อว่าอีก 20 ปี รถเครื่องยนต์สันดาปจะยังคงอยู่ รวมถึงไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริด ถ้าบริษัทแม่ปรับแผนเปลี่ยนมาทำรถไฟฟ้าประเภทเอสยูวี น่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า เพราะเป็นรถใช้งานน่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า”

การที่มองว่ารถใช้เครื่องยนต์สันดาปยังคงอยู่อีก 20 ปี โดยเฉพาะส่วนตัวยังไม่เคยขับรถไฟฟ้าเลย คิดว่ามันไม่มีเสน่ห์ รถสำหรับผมมันไม่ใช่ยานพาหนะผมโตมากับเครื่องยนต์ ๆ มันมีเสน่ห์ กว่าจะทำให้จุดระเบิดต้องผ่านกระบวนการเยอะกว่ารถจะวิ่งได้ แต่รถไฟฟ้าทำไม่ยากใส่ถ่านแค่มีแบตเตอรี่รถก็วิ่งมันง่าย จนโรงงานผลิตรถไฟฟ้าเกิดขึ้นในโลกมากมาย ผมคิดว่าในยุโรปก็เช่นกัน เขาอ่านเกมออกแล้วว่าจีนกำลังทำอะไรอยู่ ที่ผ่านมาทุกบริษัทกลัวตกรถไฟก็ต้องไป พอไปสักพักเริ่มถอนตัวกันหมด ทุกวันนี้ยอดขายรถไฟฟ้าในยุโรปตกลง ยอดรถสันดาป รวมถึงรถไฮบริด

นั่นคือมุมมองของผู้บริหารแบรนด์ซูเปอร์คาร์รถที่ใช้เทคโนโลยีจากฟอร์มูล่าวัน สมรรถนะสูง มีเอกลักษณ์โดดเด่น เรียกว่าเป็นรถลักชัวรีเหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการความหรูหราเงียบๆเรียบง่ายไม่ต้องตะโกน มี Passion ไม่ใช่เป็นแค่ฟอร์โลเวอร์ แต่เป็นลีดเดอร์ นั่นคือรถ McLaren จึงเป็นคำตอบสุดท้าย.