เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานลอกท่อระบายน้ำของสำนักการระบายน้ำ กทม. ใช้รถดูดเลนและแรงงาน ตามยุทธการเชิงรุก “ยุทธการปราบไขมันอุดตันป้องกันน้ำท่วม” โดยมีผู้บริหาร กทม. ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ผู้บริหารเขตธนบุรี ร่วมลงพื้นที่ ณ ถนนรัชดาภิเษก บริเวณหน้าตลาดพลู

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมเป็นเรื่องที่ กทม. ทำตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ไม่ได้ทำเฉพาะช่วงเข้าหน้าฝน เรื่องหลักคือการลอกท่อระบายน้ำที่เป็นเส้นเลือดฝอย และการทำความสะอาดอุโมงค์ระบายน้ำคือเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งดำเนินการมาตลอด โดยท่อระบายน้ำใน กทม. มีประมาณ 6,900 กม. หมุนเวียนลอกท่อกันไป ใน 1 ปีมีแผนดำเนินการประมาณ 3,900-4,000 กม. ความถี่ดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น จุดที่ไกลเมืองมีขยะไม่มากประมาณ 1 ปี เว้น 2 ปี แต่ส่วนใหญ่แล้วจะล้างทำความสะอาดทุก 6 เดือน เช่น บริเวณตลาด โดยแผนปี 68 ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วราว 50% และภายใน 3 เดือนจากนี้ คาดแล้วเสร็จ 100% พร้อมรับมือฝนปีนี้

สำหรับปัญหาที่เจอคือ บางจุดที่ลอกแล้วเพียงไม่นานเกิดปัญหาท่อตันอีก เป็นผลจากการปล่อยไขมันจากร้านอาหาร ซึ่งไขมันเหล่านี้จะจับตัวเป็นก้อนไปขวางทางน้ำ ตามกฎหมายร้านอาหารต้องมีบ่อดักไขมันจากน้ำก่อนทิ้ง ขณะนี้ กทม. มีร้านอาหารที่ขออนุญาตเปิดประมาณ 2 หมื่นร้าน จึงมีมาตรการ “ยุทธการปราบไขมันอุดตันป้องกันน้ำท่วม” โดยได้กำชับหน่วยงานในช่วง 3 เดือนนี้ ให้ลงตรวจว่ามีร้านใดบ้างที่ทิ้งน้ำโดยไม่ผ่านบ่อดักไขมัน หากไม่ทำตามจะแจ้งให้ปรับปรุง แต่หากไม่ปรับปรุงจะดำเนินการตามมาตรการอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท

สำหรับศูนย์อาหารต่าง ๆ หากทำอย่างถูกต้อง กทม. เองมีเจ้าหน้าที่มารับไขมันไปกำจัดให้ ทั้งนี้ การดักไขมันจากน้ำก่อนทิ้งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยป้องกันน้ำเสียและทำให้การระบายน้ำให้ดีขึ้น โดยหากประชาชนพบเห็นการกำจัดน้ำเสียไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue ได้ ทุกเขตก็จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดเอาจริง อีกเรื่องที่ทำคู่ขนานกันไป คือกวดขันการทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง กทม. มีการลิสต์คลองที่พบการทิ้งขยะประมาณ 23 คลอง ที่ต้องเร่งดำเนินการกับผู้กระทำผิดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้สั่งการไปแล้วตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อน

“ฝากทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่าปล่อยให้คนมักง่ายมาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว กทม. เอง เดินหน้าตามมาตรการอย่างเข้มข้น แต่อาจดูไม่ทั่วถึง เพราะปริมาณร้านอาหารมีมาก หากทุกคนร่วมมือกัน เชื่อว่าเมืองจะดีขึ้นได้” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในกรณีพิเศษช่วงบริเวณหน้าตลาด จากการสำรวจพื้นที่ใน กทม. มีจำนวนทั้งสิ้น 157 ตลาด จึงได้มีแผนในการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในทุกๆ 3 เดือน ซึ่งบริเวณหน้าตลาดนั้น เป็นจุดเสี่ยงของการสะสมไขมันในบ่อพักท่อระบายน้ำและเส้นท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่และส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งสิ่งที่พบในท่อระบายน้ำเป็นประจำคือไขมันอุดตันในเส้นท่อระบายน้ำและบ่อพักท่อระบายน้ำ โดยพื้นที่ตัวอย่างเช่น ถนนรัชดาภิเษกช่วงตลาดคลองเตย 1 ถนนรัชดาภิเษกช่วงตลาดพลู ถนนสังคมสงเคราะห์ และถนนบางบอน 1 เป็นต้น.



