เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานอัยการประชาชนเขตหมินหางแห่งเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนเพิ่งเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ “การดำเนินคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่โดยบุคลากรของบริษัทและองค์กรในเขตหมินหาง” ซึ่งมีรายชื่อคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อดังกล่าวที่เกิดขึ้นในปี 2567 

หนึ่งในคดีที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้รับความสนใจจากสำนักข่าวทั่วประเทศ โดยเป็นคดีที่เกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อพนักงานในแผนกการเงินของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ (สงวนนาม) ได้ค้นพบความผิดปกติเกี่ยวกับพนักงานคนหนึ่งชื่อว่า เสี่ยวซุน ซึ่งตามประวัติแล้ว เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทเพียงครึ่งปี แต่เป็นพนักงานที่ขยันขันแข็ง เนื่องจากไม่เคยลางานเลย

เรื่องประหลาดก็คือ พนักงานที่น่าจะมาทำงานทุกวันคนนี้กลับกลายเป็นบุคคลลึกลับเพราะไม่เคยมีใครเห็นหน้าเขาหรือรู้จักเขาเลยจริงๆ

แต่หลังจากมีการสืบสวนความผิดปกตินี้ กลับกลายเป็นว่า บริษัทได้ค้นพบพฤติกรรมฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่วางแผนโดยผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพียงคนเดียวเท่านั้น

ผู้จัดการสุดแสบรายนี้มีการระบุตัวตนในรายงานเพียงชื่อสกุลว่า “หยาง” เขาเข้ามาทำงานในแผนกทรัพยากรบุคคลของบริษัทตั้งแต่ปี 2557 มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการและตรวจสอบยอดเงินเดือนในเอกสารกับยอดเงินเดือนของพนักงานในแผนกต่างๆ 

หยางใช้เวลาไม่นานก็ค้นพบช่องโหว่ขนาดใหญ่ ซึ่งก็คืออำนาจในการว่าจ้างและอนุมัติการลาออกของพนักงานอยู่ในมือของเขาโดยสิ้นเชิง และไม่มีใครตรวจสอบการจ่ายเงินเดือนนอกจากเขา ดังนั้นเขาจึงเริ่มสร้างตัวตนของพนักงานคนใหม่หลายคนและตั้งค่าบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินเดือนหลายบัญชี 

ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่หยางทำงานในบริษัท เขา “ว่าจ้าง” พนักงานที่ไร้ตัวตนถึง 22 คน โดยใช้ชื่อง่ายๆ เช่น เสี่ยวซุน, เสี่ยวหลี่ จากนั้นก็รับเงินเดือนของพนักงานปลอมเหล่านี้เข้ากระเป๋าตัวเอง 

เมื่อมาถึงปลายปี 2565 ก็เกิดกรณีของเสี่ยวซุน ที่มีพนักงานฝ่ายการเงินผิดสังเกตว่าไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย การสืบสวนใช้เวลาไม่นานนักก็สาวมาถึงตัวหยางผู้ซึ่งยอมรับว่าเขาฉ้อโกงเงินบริษัทไปประมาณ 16 ล้านหยวน (ราว 74.4 ล้านบาท)

หลังจากโดนจับกุมและดำเนินคดี ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลจอมโกงรายนี้ก็รวบรวมเงินมาจ่ายเงินคืนได้ 1.1 ล้านหยวน (ราว 5.1 ล้านบาท) โดยมีครอบครัวของเขายังร่วมจ่ายเงินคืนให้บริษัทอีก 1.2 ล้านหยวน (5.5 ล้านบาท) 

นอกจากนี้ หยางยังต้องรับโทษจำคุก 10 ปี 2 เดือน เพิกถอนสิทธิทางการเมือง 1 ปี และโดนสั่งปรับเงินในข้อหาฉ้อโกง

ที่มา : odditycentral.com

เครดิตภาพ : StartupStockPhotos from Pixabay