“มองไกล เห็นใกล้” สัปดาห์นี้ บางคนอาจจินตนาการนโยบายเปิดประเทศถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั่งเครื่องบิน มากินนอนหรูตามโรงแรมที่ได้มาตรฐาน SHA+ แบบ รัสเซล โครว์ ดาราฮอลลีวูด แต่ความจริงอีกด้าน ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นหลักหยุดชะงักมายาวนานจากโควิด เนื่องจากคนไทยไม่ทำงานแบกหาม และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
เมื่อต้องปิดประเทศจากโควิดระบาด กิจการหลายภาคส่วนทยอยปิดชั่วคราว แรงงานต่างด้าวจำนวนมากอพยพกลับ คงเหลือเพียงบางส่วนที่เป็นแรงงานตามมติ ครม.ซึ่งแรงงานที่นำเข้าตาม มติ ครม. 29 ธ.ค.63 เดือน ก.ย.64 ได้รับอนุญาตทำงาน 339,406 คน ประเภทกิจการที่ได้รับอนุญาตทำงานมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.กิจการก่อสร้าง 86,925 คน 2.กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 78,891 คน 3.กิจการผลิตหรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 34,853 คน
ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวตามมาตรา 59 พบว่า จ.สมุทรสาคร มีมากสุด 219,495 คน ชลบุรี 142,019 คน สมุทรปราการ 136,012 คน และเชียงใหม่ 130,922 คน แค่ 4 จังหวัดก็ปาไปเกิน “ครึ่งล้าน” แล้ว
ด้วยจำนวนมากมายขนาดนี้ แน่นอนว่า “มากกว่า” จำนวนนักท่องเที่ยวที่รัฐบาลคาดหวังตั้งเป้าเข้ามาขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยว ย่อมต้องกังวลมาตรการป้องกันโควิด เพราะอย่าลืมว่า “คลัสเตอร์” หลักการระบาดในไทยก็ติดเชื้อมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่รัฐบาลมองประชาชนทั่วไปเป็นพลเมืองชั้น 2 แล้วแรงงานต่างด้าวจะถูกมองอยู่ในระดับไหน
ที่ผ่านมา นอกจากล้มเหลวการบริหารวัคซีนให้คนในประเทศ การให้ความสำคัญกับแรงงานต่างด้าวก็แทบไม่มีมาตรการใดออกมาเลย นอกจากจัดหมวดหมู่ประเภทให้วุ่นวาย ขณะที่สถานการณ์เพื่อนบ้านก็ไม่สู้ดี โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน ล่าสุด ฟิลิปปินส์ อัตราการติดเชื้ออยู่อันดับที่ 19 ของโลก มาเลเซียอันดับที่ 20 และไทยอยู่อันดับที่ 24
นอกจากนี้ แม้ สปป.ลาว จะจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ให้กับประชาชน แต่ปรากฏว่าอัตราการระบาดยังสูง และหลายเมืองยังต้องปิดเพื่อควบคุม ส่งผลกระทบกับภาคท่องเที่ยวเช่นกัน
ถามว่าการเปิดประเทศครั้งนี้เป็นไปเพื่อให้แรงงานต่างด้าวกลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าพิจารณามาตรการรวมทั้งกลุ่มประเทศทั้ง 46 ประเทศซึ่งเป็นเป้าหมายแล้วก็คงต้องตอบว่า “ไม่” แต่ถ้าถามว่าการเปิดประเทศจะเป็นโอกาสที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการก่อสร้างสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ก็ต้องตอบว่า “ใช่” เพียงแต่การจะเปิดไซต์งานก่อสร้างให้ดำเนินตามสัญญาจ้างต่อไปได้นั้น ภาระจะถูกผลักไปอยู่ที่นายจ้างทั้งหมด
กล่าวคือ หากนายจ้างต้องการให้กลับมาก็จำเป็นต้องหาช่องทางให้แรงงานรับวัคซีนอย่างน้อย 2เข็มก่อนเข้าประเทศ เมื่อได้รับแล้วก็จำเป็นต้องคุมบริเวณ ปิดช่องรับเชื้อนอกพื้นที่ไซต์งาน
การเปิดประเทศจึงไม่ใช่โลกสวย กำหนดให้แค่ฝรั่งรวยๆ เข้ามาท่องเที่ยว แต่ยังหมายถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอื่นๆ เศรษฐกิจฐานราก กิจกรรม กิจการต่างๆ อีกมากที่รอฟื้นตัว ต้องประกาศให้คนในประเทศรู้ล่วงหน้าเพื่อรับมือ แต่จากสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่เหมือนรัฐบาลนี้จะยังไม่ได้นำพา.
หลง หลังลาย



