มีคำถามมากมายว่า

       “ปิดแล้วได้อะไร”

       “ปิดไฟแค่ชั่วโมงเดียวเปลี่ยนแปลงโลกได้จริงหรือ”

       “รณรงค์กันมาตั้งแต่ปี 2007 แล้วทำไมโลกจึงเดือด และร้อนยิ่งขึ้นทุกปี น่าจะเกิน 1.5 องศาแล้ว”

       หรือ มีคำถามจากคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่รู้จักแคมเปญนี้ว่า อะไรคือ Earth Hour”

สำหรับนักอนุรักษ์รุ่นบุกเบิกที่ร่วมรณรงค์กันมากว่า 17 ปี ต่างถามกันเองว่าเราได้ทำให้เกิดจิตสำนึกเรื่องการประหยัดพลังงาน และการเคลื่อนไหวเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้จริงหรือ มีการตระหนักรู้ มีการขยายผล มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญที่สร้าง Impact บ้างหรือไม่ หรือเป็นแค่แคมเปญประชาสัมพันธ์ที่ทำกันปีละครั้ง

สำหรับคนรุ่นใหม่ หลายคน อาจจะมีคำถามว่า “Earth Hour” คืออะไร เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน

“Earth Hour” เป็นความเคลื่อนไหวในระดับโลกที่เริ่มในปี 2007 เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักและใส่ใจในการใช้พลังงานอย่างประหยัด หันมาสนใจเรื่องภาวะโลกเดือด และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัดให้ยั่งยืน การรณรงค์นี้ริเริ่มโดยองค์กร WWF World Wildlife Fund ที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดย WWF จะทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่น ซึ่งในประเทศ ไทยได้ทำความร่วมมือกับ กทม. และเครือข่าย อาทิ การไฟฟ้านครหลวง ภาคธุรกิจ โรงแรม ศูนย์การค้า สถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ และสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดับไฟหนึ่งชั่วโมง ร่วมกับอีก 7,000 เมือง ใน 190 ประเทศทั่วโลก

โดยในปีที่แล้ว 2567 ภายในหนึ่งชั่วโมงเราลดการใช้ไฟฟ้าลง 24.65 เมกะวัตต์ ลดคาร์บอนไปได้ราว 11 ตัน เท่ากับการมีต้นไม้ดูดซับคาร์บอน 1,100 ต้นในหนึ่งปี

แม้การดับไฟเพียงหนึ่งชั่วโมง จะมิอาจเป็นการแก้ไขปัญหาโลกเดือดได้อย่างจริงจัง ที่ต้นเหตุ แต่เราเห็นถึงผู้คนจำนวนมากทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างประหยัด ตามที่จำเป็น ถือเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ผู้คน แล้วบุคคลใด องค์กรใดสนใจใส่ใจ ก็ไปทำต่อได้ ประหยัดเงินในกระเป๋า และรักษ์โลกไปพร้อมกัน

สิ่งหนึ่งที่เราเห็นในทุก ๆ ปีของ Earth Hour คือพลังของคนตัวเล็กตัวน้อยทั่วโลก เวลาเราทำอะไรคนเดียวเราอาจจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าคนจำนวนมากหันมาทำอะไรร่วมกัน ในเวลาเดียวกัน เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที

ในวันเสาร์ที่ 22 มี.ค. 2568 นี้ เราจะเห็นกรุงเทพมหานครมืดลง 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่สัญลักษณ์ ได้แก่ วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า สะพานพระราม 8 และภูเขาทอง ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่เข้าร่วมโครงการที่เป็นอาคารสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ โรงแรม ศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว และป้ายไฟต่าง ๆ

เดลินิวส์ Sustain Daily ขอร่วมเชิญชวนผู้อ่าน ปิดไฟที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน รวมถึงลดการ
ใช้พลังงานทุกชนิดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในช่วง 20.30–21.30 น. และสามารถช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยการลงกิจกรรมใน
โซเชียลมีเดียแล้วแฮชแท็ก คำว่า EarthHour 2025 ด้วยกันนะครับ

ใช้เวลาช่วง Earth Hour ให้โรแมนติกด้วยการจัดดินเนอร์ใต้แสงเทียน ก็เป็นอีกไอเดียที่น่ารักและรักษ์โลกในเวลาเดียวกัน.