เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 มี.ค. 68 ที่ อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วงค์ปกรณ์ เปรมกุลนันท์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ. ร่วมกับ นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมแถลงข่าว ปฏิบัติการจับบริษัทอะไหล่ตลับลูกปืนดัง พบอะไหล่ตลับลูกปืนปลอมจำนวนมาก สกัดกั้นก่อนถูกนำไปใช้ใน รถยนต์-อุตสาหกรรม เสี่ยงอันตรายต่อประชาชน
พ.ต.อ.ภูวเดช เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.พ. สมาคมตลับลูกปืนโลก (World Bearing Association หรือ WBA) ได้ร่วมหารือกับ บก.ปอศ. ในประเด็นปัญหาของสินค้าปลอมและแนวทางการป้องกันปราบปรามการละเมิดตลับลูกปืนปลอม ซึ่งตลับลูกปืนเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนหนึ่งของ ล้อรถ, คลัตช์รถ, เพลารถ, เครื่องยนต์ของรถยนต์ และใช้กับระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ลิฟต์โดยสาร รถเครนขนาดใหญ่ สายพานการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนเครื่องจักรในโรงไฟฟ้า ซึ่งหากถูกนำไปใช้งานจริง อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้มีความอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง

ต่อมา กก.1 บก.ปอศ. ได้สืบสวนจนพบสถานที่เก็บซุกซ่อนอะไหล่ประเภทตลับลูกปืนปลอม จึงได้นำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้น จำนวน 2 จุด ประกอบด้วยจุดที่ 1 ย่าน ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือนายธีรวิช (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ในข้อหา ”มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร“ และสามารถตรวจยึดตลับลูกปืนปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อหนึ่ง (KOYO) จำนวน 1,821 ชิ้น
และจุดที่ 2 บริเวณแขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ น.ส.ลัดดาวัลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ในข้อหา “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” และสามารถตรวจยึดตลับลูกปืนปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อหนึ่ง (Aktiebolaget SKF) จำนวน 2,535 ชิ้น

รวมยึดของกลางจากสองจุด ได้ทั้งหมดจำนวน 4,356 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 6,121,300 บาท และจากการตรวจสอบเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและปลอมเครื่องหมายการค้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีน จึงได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าดังกล่าว พร้อมกับจับกุมบุคคลที่เป็นเจ้าของสินค้าดังกล่าว นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรายขณะนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงกัน และจากการตรวจสอบคาดว่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีข้อมูลว่ามีการสำแดงเอกสารเท็จ ในระหว่างพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอศ. จะทำการขยายผลไปถึงผู้ที่ร่วมขบวนการต่อไป.



