ประเทศไทยกำลังจะมีการสำรวจจัดทำสถิติครั้งใหญ่ระดับประเทศ เมื่อสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในสังกัดของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กำลังจะจัดทำ โครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ซึ่งโครงการนี้จะจัดทำการสำรวจทุกๆ 10 ปี
โดยครั้งล่าสุด เมื่อ ปี 53 แต่พอมาถึงปี 63 ไม่ได้มีการสำรวจเนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด จึงเลื่อนมาเป็นปีนี้ ถือเป็นการสำรวจ สำมะโนประชากรและเคหะ ในรอบ 15 ปี ของประเทศไทย
โดยวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลจากการสำรวจให้หน่วยงานรัฐนำไปใช้จัดทำนโยบายและวางแผนพัฒนาในทุกด้าน เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) บอกว่า การสำรวจโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ ในปีนี้ ถือเป็นงานใหญ่ของกระทรวงดีอี ที่ได้ห่างหายการสำรวจมากว่า 15 ปี ซึ่งในครั้งนี้ ได้ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลจากวิธีดั้งเดิม (Traditional Census) เป็นรูปแบบดิจิทัล (Digital Census) ซึ่งประชาชนสามารถตอบแบบสอบถามผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นลำดับแรก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการให้ข้อมูล จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมตอบแบบสอบถามสำมะโนประชากรและเคหะ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.68 เป็นต้นไป ผ่าน 3 ช่องทางเท่านั้น คือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์ “ทางรัฐ.com” หรือ เว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ “www.nso.go.th”
“ข้อมูลที่ทุกท่านให้เราจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และทำให้ภาครัฐจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ให้ข้อมูลและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน”

“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” กล่าวต่อว่า การให้ข้อมูล สำมะโนประชากรและเคหะ ผ่าน 3 ช่องทางดังกล่าวยืนยันว่าจะมีความปลอดภัย ไม่มีการหลอกหลวง มีการเก็บข้อมูลเป็นไปตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคล และจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้โดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันจะมีการส่ง SMS โดยความร่วมมือกับผู้ให้บริการมือถือ เพื่อแจ้งประชาสัมพันธ์โครงการเท่านั้น ไม่มีการส่งลิงค์ให้ลงทะเบียนหรือให้กรอกข้อมูลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสำหรับครัวเรือน หรือ ผู้ที่ไม่สะดวก ในการให้ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ สำนักงานสถิติฯ จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ หรือ “คุณมาดี” ลงพื้นที่เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 21 เม.ย. – 19 มิ.ย.68 ด้วย
ขณะเดียวกันทาง “ภุชพงค์ โนดไธสง” ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ บอกว่า โครงการนี้ จะมีการเก็บข้อมูลของทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย รวมถึงคนไทยที่ไปต่างประเทศชั่วคราว เจ้าหน้าที่ในต่างประเทศ และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทยตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป โดยจะเก็บข้อมูลพื้นฐาน เช่น เพศ อายุ สัญชาติ การศึกษา การทำงาน และข้อมูลที่อยู่อาศัย จึงอยากขอความร่วมมือ จากประชาชนให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน โดยการตอบแบบสอบถามต่อหนึ่งครัวดรือน จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ทั้งแบบออนไลน์ และ ตอบข้อมูลกับคุณมาดี

“ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประมาณ 29 ล้านครัวเรือน ประมาณ 69- 70 ล้านคน สำนักงานสถิติฯได้เตรียม คุณมาดี ประมาณ 5 หมื่นคนลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อนเก็ยตกครังเรือนที่ไม่ได้ให้ข้อมูลทางออนไลน์ โดยสมาชิกหนึ่งคนในครัวเรือนนั้นๆ สามารถให้ตอบข้อมูลให้ครบทุกคนได้ โดยตั้งเป้าหมายมีประชาชนมาตอบให้ข้อมูลทางออนไลน์ ไม่ต่ำกว่า 50% โดยจะมีรางวัลเป๋นแรงจูงใจให้คนเข้ามาตอบแบบสอบถามทางออนไลน์ ขณะเที่คุณมาดีที่ลงพื้นที่ ก็คาดหวังว่าจะเก็บข้อมูล ได้อีก 50% โดยคุณมาดี ต้องใช้คนกว่า 5 หมื่นคนจะมาจากหลายภาคส่วน อาทิ บุรุษไปรษณีย์ ก็จะช่วยเก็บข้อมูลใน หัวเมืองใหญ่11 จังหวัด ขณะที่ในพื้นที่ชนบท ก็จะใช้ เจ้าหน้าที่ อสม. ที่มีความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ เป็นต้น
“ภุชพงค์ โนดไธสง” บอกอีกว่า หลังการจบการเก็บข้อมูลมากำหนดแล้ว จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผ่านแบบจำลองโมเดลสถิติ เพื่อวิเคราะห์ผล โดยคาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือน หรือประมาณ ก่อนเดือน ต.ค.นี้จะได้ข้อมูลแบบเบื้องต้น และ ก่อนสิ้นปีจะได้ข้อมูลที่มีความละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งทาง สำนักงานสถิติ จะมีการแถลงผลสำรวจต่อไป ซึ่งผลสำรวจที่ได้ หน่วยงานภาครัฐ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนหรือนโยบายเพื่อใช้พัฒนาประเทศได้

ส่วนอีกหนึ่งผู้บริหารองค์กรที่มีส่วนร่วมในโครงการนี้ ทาง “ดนันท์ สุภัทรพันธุ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท บอกว่า พร้อมสนองนโยบายรัฐบาลและดีอี โดยจะมีบทบาทในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยการเก็บแบบสอบถามจากประชาชนที่ไม่สะดวกตอบด้วยตนเองผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนตามหลักการและแนวคิดของการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ ผ่าน “โพสต์แมน คลาว์ด เครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ หรือพี่ไปรฯ ที่มีความชำนาญและเข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในครั้งนี้ไปรษณีย์ไทยจะดำเนินการสำรวจข้อมูลประชากรในพื้นที่จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด เชียงใหม่นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสงขลา ซึ่งมีข้อมูลประมาณ 4 ล้านครัวเรือน

นอกจากการใช้บทบาทของเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ในการสำรวจข้อมูลแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสร้างความเข้าใจที่ดีแก่ประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของโครงการฯ ที่จะนำไปสู่การได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านโครงสร้างอายุและเพศ การกระจายตัวของประชากรลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญของประชากรทุกคนทุกครัวเรือนตามที่อยู่จริงในวันที่ทำการสำรวจซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาประเทศ และมีผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ตลอดจนเสริมประสบการณ์และความชำนาญด้านการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ในองค์กรไปรษณีย์ไทยในอนาคตได้อีกด้วย
ถือเป็นโครงการที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีข้อมูล “สำมะโนประชากรและเคหะ” ที่มีการอัพเดทเป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในโครงการต่างๆ ได้มากมาย
เราทุกคนจึงควรมาช่วยกันมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เพราะทุกคนสำคัญ ทุกข้อมูลมีความหมาย ร่วมสร้างอนาคตไทยให้ดีขึ้นไปด้วยกัน!!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



