เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ศาลอาญาถนนรัชดา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ศาลได้นัดสอบคำให้การจำเลยในคดี ดิไอคอนกรุ๊ป และกำหนดนัดตรวจหลักฐาน โดยฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล กับพวก รวม 17 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจฯ และร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยในวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้ง 16 คน ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง มาที่ศาลอาญา ด้วยรถของกรมราชทัณฑ์ และเบื้องต้นมีรายงานว่า ในวันนี้ทีมทนายความจะยังไม่ได้ยื่นขอประกันตัวบอสทั้ง 16 คน นอกจากนี้ ศาลยังได้นัดตรวจหลักฐาน ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดา และนายวรัตน์พล หรือ บอสพอล ประธานบริษัทดิไอคอน กรุ๊ป และ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ในความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน” ด้วย
ต่อมาเวลา 08.47 น. นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดาของนายสามารถ หนึ่งในจำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ ได้เดินทางมาตามนัดหมายของศาล โดยนางวิลาวัลย์ บอกว่า วันนี้ศาลนัดมาตามกระบวนการ ซึ่งพยานหลักฐานที่นำมาเสนอต่อศาล มีทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลที่พร้อมจะต่อสู้ และมั่นใจ 100% ในพยานหลักฐานที่มี ในการต่อสู้คดีได้ ส่วนจะยื่นประกันตัวหรือไม่นั้น รอทนายความดำเนินการและขอให้ศาลเมตตา มาสู้กันข้างนอก ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัดสินให้เราผิด ก็ควรที่จะให้ประกันตัว
ซึ่งเบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับทนายความไว้แล้วว่าจะยื่นประกันในช่วงใด แต่ขอให้ทนายความเป็นคนดำเนินการ ซึ่งคิดว่าจะยื่นประกันตัวในเร็วๆ นี้ อย่างแน่นอน
นางวิลาวัลย์ ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา ตนเองก็ได้ไปเยี่ยมนายสามารถลูกชาย ซึ่งเขาก็อยู่ได้ และก็ขอให้เขาเข้มแข็ง อาจจะมีป่วยบ้าง แต่ก็ให้ปรับสภาพ เพื่อรอความยุติธรรม และอยู่ในนั้นลำบากนิดหนึ่ง เพราะในเรือนจำไม่ได้น่าอยู่ หลังจากนี้ก็รอเพียงความยุติธรรมเท่านั้น และจนถึงวันนี้ตนเองและลูกชายยังยืนยันในความบริสุทธิ์ เพราะคิดว่าความยุติธรรมประเทศไทยต้องมี เราแม่ลูกไม่ได้ผิดอะไร ยังคงยืนหยัดเช่นเดิม
“คิดว่าความยุติธรรมประเทศไทยยังต้องมี และขอให้ทุกท่านเห็นใจ เพราะทุกวันนี้เป็นจำเลยสังคมแล้ว และขอเป็นกระบอกเสียงให้กับลูกชาย ดิฉันไม่ได้เข้าข้างลูกชาย ความเป็นแม่ยังไงก็ต้องรักลูก” นางวิลาวัลย์ กล่าว




