เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 68 หลังจากนายอดุลย์ ภู่จันทร์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอพุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ได้ประสานกับ พ.ต.อ.ธัชชพล ส่องแสง ผกก.สภ.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ว่ามีชาวบ้านแอบขโมยกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใช้ที่บ้านหายโศก หมู่ 2 ต.หายโศก อ.พุทไธสง ต่อมาได้มีการออกหมายค้นบ้านหลังเป้าหมายพร้อมนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปขอตรวจค้นตามหมายดังกล่าว

จากการตรวจค้นพบบริเวณบ้านชั้นล่างได้ดัดแปลงปิดกั้นด้วยสังกะสี เมื่อเปิดเข้าไปตรวจสอบพบเครื่องขุดบิตคอยน์เรียงรายกันจำนวน 30 เครื่อง พร้อมคอมพิวเตอร์ควบคุมอีกหลายเครื่อง จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง อีกทั้งเมื่อตรวจสอบหม้อมิเตอร์ไฟฟ้าพบมีร่อยรอยการงัดแงะเพื่อให้ดัดแปลง ลักษณะขโมยใช้ไฟฟ้าหลวง จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

สอบถามแม่เฒ่า วัย 69 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า บ้านหลังนี้อยู่อาศัยด้วยกัน 5 คน มีตน ลูกสาว หลานเขย และลูกของหลานเขยอีก 2 คน ปกติจะใช้ไฟเดือนละ 500-800 บาท ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2567 หลานเขยซึ่งทำงานเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ มาขอฝากของไว้ที่บ้าน ก็ไม่ว่าอะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะค่าไฟยังจ่ายเท่าเดิมคือ 500-800 บาทต่อเดือน ยอมรับว่าไม่รู้ว่าหลานเขยทำอะไรอย่างไร

นายอดุลย์ ภู่จันทร์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอพุทไธสง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งว่ามีไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง ซึ่งแปลกใจมากเพราะหมู่บ้านขนาดเล็กทำไมใช้ไฟฟ้ามาก และยังมีหม้อแปลงชำรุดมาแล้ว 2 ครั้ง จึงนำชุดตรวจสอบมิเตอร์ซึ่งเป็นหน่วยตระเวนตรวจมิเตอร์เข้าไปตรวจสอบภายในหมู่บ้าน ปรากฏว่าพบมีการงัดแงะมิเตอร์ก่อนจะมีการออกหมายค้นดังกล่าว

นายอดุลย์ กล่าวด้วยว่า ไฟฟ้ามีความผิดปกติตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 จนถึงเดือนมีนาคม 2568 รวม 1 ปี มูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 600,000 บาท ทั้งนี้จะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านฐาน ”ละเมิดการใช้ไฟฟ้า, ดัดแปลงมิเตอร์” ส่วนที่เจ้าของบ้านให้การซักทอดไปถึงใคร ขึ้นอยู่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะอ้างว่าเป็นของหลานเขย