เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เป็นวันที่ 2 “สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายกรณีดีลปีศาจ สรุปว่า การที่ “อดีตนายกฯแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร กลับมาได้ครั้งนี้เป็นเพราะดีลที่ น.ส.แพทองธารซึ่งขณะนั้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ และเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไปทำมาหรือไม่ เพราะดีลลังกาวีใช่หรือไม่ มีบิ๊กสีอะไรเกี่ยวข้อง น.ส.แพทองธารสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วร่วมกับพรรคการเมืองที่สนับสนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“ไอ้โม่ง 2 ตัว ใจดี ลด แลก แจก แถม ด้วยการให้อดีตนายกฯ แม้วออกจากเรือนจำ เพื่อรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจได้ ดีลแลกประเทศที่นายกฯ สมคบให้เกิดขึ้น คือดีลปีศาจเพื่อช่วยเหลือพาพ่อของตัวเองกลับบ้าน ไม่ให้นอนคุกแม้แต่วันเดียว ตนแอบไปทราบมาว่า น.ส.แพทองธารรู้ในคืนหลังกลับถึงประเทศไทยแล้ว ว่านายใหญ่จะเหลือโทษจำคุกอีก 1 ปี ถ้ารู้ล่วงหน้านานกว่านี้ การเตรียมการทั้งหลายจะดีกว่านี้ การเล่นละครถึงจะสมจริงกว่านี้

สิ่งที่นายกฯ ทำมาทั้งหมดครบองค์ประกอบตามกฎหมายอาญา มาตรา 209 และ 210 ฐานอั้งยี่ซ่องโจร มีโทษสูงสุด 10 ปี หากทลายซ่องโจรจันทร์ส่องหล้า จะเอาผิดคนจำนวนมากได้ กรณีชั้น 14 คือความฉิบหายของหลักนิติรัฐ การพังทลายของกฎหมาย เป็นความเลวร้ายที่นายกฯ ก่อขึ้น น.ส.แพทองธารคือหัวขบวนอั้งยี่ซ่องโจร หากรอดการอภิปรายครั้งนี้ จงรู้ไว้ว่าประชาชนจะไม่เชื่อคำพูดของนายกฯ อีกต่อไป เพราะความไว้วางใจของประชาชนมาทิ้งในเรื่องชั้น 14 จึงอยากให้นายกฯ สารภาพ เผื่อความชั่วช้าที่ทำไว้จะทุเลาลง กรณีชั้น 14 จะเป็นความอัปลักษณ์ที่ตราตรึงนายกฯ ตลอดไป”

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า เรื่องดีลปีศาจเป็นการจินตนาการและใช้วาทกรรม อดีตนายกฯ แม้ว ไม่ได้เกี่ยวกับ น.ส.แพทองธารเลย เพราะนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ ไปเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2567 ตอนนั้น น.ส.แพทองธาร ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ดีลปีศาจก็ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร จินตนาการหรือไม่

“แต่ผมรู้อะไรลึกกว่ารังสิมันต์ พูดไปคนของท่านก็จะเสียหายก็จะไม่พูด นายรังสิมันต์ จบนิติศาสตร์ และทราบหรือไม่ว่าในกฎหมายราชทัณฑ์ คนที่เจ็บป่วยต้องไปส่งรักษาพยาบาล เขาให้ถือว่าสถานที่รักษาพยาบาลคือเรือนจำ ท่านไม่สะใจใช่หรือไม่ ต้องการให้ถูกทรมานหรืออย่างไร โรงพยาบาลที่ไปรักษาตอนนี้ปีหนึ่งมีผู้ต้องขังเกือบแสนคนที่ต้องไปพัก กฎกระทรวงก็เขียนว่าเป็นที่ควบคุมพิเศษ นายทักษิณถูกควบคุมตัวอยู่ ไปไหนไม่ได้ เมื่อครบวันที่ 22 ก.พ.2567 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครตั้งคณะแพทย์ 5 คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญไปดูว่ากลับมาเรือนจำได้หรือไม่ คณะแพทย์ให้ขึ้นกับดุลพินิจแพทย์ผู้รักษา และอธิบดีกรมราชทัณฑ์มีหนังสือโต้ตอบไปยังโรงพยาบาลตำรวจ ก็อนุมัติให้อยู่โรงพยาบาลต่อเพราะหมอที่โรงพยาบาลเห็นว่าให้อยู่โรงพยาบาลต่อ เจ้าพนักงานกระทำชอบหรือไม่ชอบอยู่ที่ ป.ป.ช.สอบ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวีกล่าวต่อว่า กฎหมายได้เขียนว่าโรงพยาบาลเป็นเรือนจำแล้วถูกควบคุมได้ รังสิมันต์บอกว่าไม่ถูกควบคุมคือทำตัวใหญ่กว่ากฎหมายใช่หรือไม่ แพทยสภารับเรื่องไว้ปีกว่าแล้วยังต้องสอบสวน แต่รังสิมันต์รับเรื่องไปแป๊บเดียวก็วินิจฉัยเลยว่าดีลปีศาจ มีอะไรอยู่ในใจ ใครคือปีศาจ หรือสมมุติเอาเอง

นายกฯ อิ๊งค์ชี้แจงว่า “ตั้งแต่คุณพ่อกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย จนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาลจากชั้น 14 ดิฉันยังไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ไม่อยากให้ท่านอภิปรายให้เกิดความสับสนเหมือนกับว่าดิฉันเป็นนายกฯ แล้ว และมีอำนาจในการสั่งข้าราชการหรือสั่งใครใดๆ การอภิปรายอะไรแบบนี้ต้องเห็นค่าของผู้ที่รักษากฎหมาย คนที่เป็นข้าราชการด้วย เพราะการพูดแบบนี้ทำให้เหมือนเป็นการด้อยค่าเขา

มีสมาชิกกล่าวหาว่าคุณพ่อได้กลับมา เพราะมีการดีลกับปีศาจผ่านการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ซึ่ง 100% ไม่ใช่ความจริงเลย เพราะนี่คือการตัดสินใจของท่านอย่างเต็มรูปแบบว่าจะกลับมา ดิฉันไม่อยากให้ท่านกลับมาและติดคุก หรือต้องถูกจำกัดสถานที่ ได้บอกไปว่า อยู่เมืองนอกก็ได้เราก็เจอกันได้ แต่ท่านก็บอกว่าท่านอยากใช้เวลาที่เหลือของท่านกับครอบครัวที่เมืองไทย ถ้าวันนั้นทางพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลจับมือกันสำเร็จและตั้งรัฐบาลได้ พรรคก้าวไกลเป็นผู้นำรัฐบาล พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ยังไงนายทักษิณก็กลับมาอยู่ดี เพราะเขาตั้งใจจะกลับมาให้ได้

แพทย์วินิจฉัยว่านายทักษิณป่วย ถ้าตนพูดเองว่าป่วยจะเชื่อกันหรือไม่ ว่า คนอายุ 70 ปีต้องได้รับการผ่าตัด ช่วงนั้นเป็นโควิดหนักมาก น้ำหนักลดลง 10 กว่ากิโลกรัม ทำให้ผมร่วง ไม่ทราบว่าจะต้องอธิบายแบบไหนแล้ว เมื่อยื่นเรื่องตรวจสอบต่อแพทยสภา เชื่อว่าผลสรุปออกมาในอีกไม่นานนี้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยอมรับ ตนพูดก็ไม่เชื่อจนไม่ทราบจะทำอย่างไร หากจะมีการวิพากษ์วิจารณ์หรืออภิปรายใดๆ ขอให้วิจารณ์ในเรื่องการทำงานก็น่าจะเป็นประโยชน์กว่าทั้งต่อสภาและประเทศของเรา

ภายหลังนายกฯ ชี้แจง สส.ใบพลูใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงว่า ขอยืนยันว่าถ้าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล อดีตนายกรัฐมนตรีจะไม่มีทางได้รับสิทธิพิเศษใดๆ อย่างแน่นอน

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจในการอภิปราย “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรค ปชน.อภิปรายปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตอนหนึ่งว่า เรื่องแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์โดยต้องมีผู้รับผิดชอบร่วม ธุรกิจที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีกลุ่มทุนหนุนอาจเสียประโยชน์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ 2 ปี พ.ร.ก.เพื่อแก้ปัญหาและให้ธนาคารร่วมรับผิดชอบต่อผู้เสียหายยังไม่ออกมาบังคับใช้ จึงควรทบทวนปรับออกจากตำแหน่ง น่าโมโหหรือไม่ที่เอกชนนำข้อมูลประชาชนไปวิเคราะห์ทำกำไรเพิ่ม แต่เมื่อข้อมูลหลุดกลับไม่รับผิดชอบ

“นายกฯ ติดขัดเพราะไม่ว่าหันหน้าทางไหนมีผลประโยชน์ต่อกลุ่มทุน การจัดการเรื่องนี้ต้องบังคับให้กลุ่มทุนรับผิดชอบ ให้เขามีกำไรน้อยที่สุด โดยนายกฯ ควรเกรงใจประชาชน ไม่ใช่เกรงใจเพื่อนพ่อ หรือกลุ่มทุน รัฐบาลไม่เคยจัดการรายใหญ่ได้ เป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองอำนวยความสะดวกให้หรือไม่ ยังมีบุคคลที่ชื่อย่อ “ย.ยักษ์” ที่ใกล้ชิดกับบิดานายกฯ ในพื้นที่ จ.เชียงราย ทำให้ไม่สามารถปราบปรามได้ จงใจปล่อยปละเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งนายกฯ ทำเป็นมองไม่เห็น ทำให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของมิจฉาชีพ ครอบครัวชินวัตรเอาประโยชน์ของคนในชาติแลกประโยชน์กับตระกูลตัวเอง” รักชนก กล่าว

ก่อนหน้านั้น วันที่ 24 มี.ค.ช่วงค่ำ มีการอภิปรายที่สะเทือนรัฐบาลคือ ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.พรรค ปชน. อภิปรายเรื่องที่ดินของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และครอบครัวเป็นเจ้าของตามที่ได้ชี้แจงในบัญชีทรัพย์สินว่า นายกฯ ถือหุ้นใหญ่เกือบ 20 ล้านหุ้น บริหารมา 10 กว่าปีก่อนที่จะลาออกมาเพื่อเป็นนายกฯ ตรวจสอบย้อนหลังพบว่าพื้นที่ตรงนี้เดิมเป็นของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ที่ทางรัฐบาลในสมัยนั้นจัดสรรในประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนลำตะคองมาอาศัยอยู่ ไม่เกิน 50 ไร่

“เมื่อตรวจสอบ โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ซึ่งตามกฎหมายแล้วเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้ และออกโฉนดไม่ได้ น่าจะมิชอบด้วยกฎหมาย จากหลักฐานพบว่า ปี 2537 บุคคลในครอบครัวของนายกฯ ได้ไปซื้อที่ดินแปลงนี้มา โดยในขณะนั้นเป็น น.ส.3 ก. ในปี 2539 ก็เอาที่ดินในนิคมสร้างตนเองแปลงนี้ไปออกเป็นโฉนด น.ส.แพทองธารทำธุรกิจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไปเอาพื้นที่ต้นน้ำลำธารในป่าเขาใหญ่ในนิคมสร้างตนเอง”

กรมที่ดิน โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงตามที่มีประเด็นอภิปรายว่าโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเอง ซึ่งได้กำหนดให้เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารซึ่งมีเนื้อที่รวมกันประมาณ 107,000 ไร่ คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้มีมติให้นิคมสร้างตนเองลำตะคองนำพื้นที่ต้นน้ำลำธารไปจัดที่ดินให้กับราษฎรที่ครอบครองทำประโยชน์ได้ มีการออก น.ค. 3 ในพื้นที่ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย และกันพื้นที่ไว้เพื่อเป็นพื้นที่ปลูกป่าทดแทนและอนุรักษ์ดินและน้ำ ประมาณ 33,000 ไร่

เมื่อราษฎรที่เป็นสมาชิกนิคมได้รับ น.ค. 3 จึงสามารถขอออกโฉนดที่ดินหรือ น.ส. 3 ก. ได้ ในกระบวนการออกโฉนดที่ดินหรือ น.ส. 3 ก. ผู้ปกครองนิคมฯ จะต้องร่วมรังวัดและยืนยันความถูกต้องของ น.ค. 3 ด้วย โฉนดที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ได้ออกมาจาก น.ส. 3 ก. ซึ่งออกจากหลักฐาน น.ค. 3 เมื่อปี พ.ศ. 2528 และขายเปลี่ยนมือมาหลายทอดจนเปลี่ยนมือมาถึงบริษัท พีดี เขาใหญ่ จำกัด ในปี พ.ศ. 2560 ในพื้นที่นี้ไม่ได้มีการออกเฉพาะโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ จำกัด เท่านั้น ได้ออกโฉนดที่ดินและ น.ส. 3 ก. จำนวนถึง 10,165 แปลง

เรื่องที่ยังสนใจกันคือ “นายกฯ อิ๊งค์และครอบครัวเลี่ยงจ่ายภาษีหรือไม่ จากการที่นายกฯ เป็นหนี้ซื้อหุ้นโดยชำระเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือพีเอ็น” โดยไม่ระบุระยะเวลาที่ต้องชำระ ทำให้ไม่มีการคำนวณภาษี วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. คำนวณภาษีว่า ราว 218 ล้านบาท และว่า นายกฯ ได้ยอมรับกลางสภาว่าจริง และยอมรับว่า คิดที่จะจ่ายค่าหุ้นในปีหน้า นายกฯ ยอมรับด้วยว่าเป็นเรื่องปกติที่คนในแวดวงธุรกิจทำกัน ตนจึงอยากเรียกร้องว่าใครที่ทำแบบนี้ช่วยแสดงตัว คนที่ใช้วิธีตั๋ว PN แบบ น.ส.แพทองธารซื้อหุ้น ไม่มีดอกเบี้ยไม่มีกำหนดวันจ่าย มีใครทำแบบนี้บ้าง ได้สอบถามบุคคลอื่นแล้วไม่มีใครกล้าแสดงตัวเพราะกลัวกรมสรรพากรตรวจสอบ ตนจึงขอตั้งคำถามในเรื่องนี้

“กำลังมีเจ้าของกิจการ เจ้าของห้างร้านอีกจำนวนมาก ที่กำลังจะโอนหุ้น โอนทรัพย์สินให้กับลูก เขาจะได้นำพฤติกรรมของ น.ส.แพทองธารไปเป็นแบบอย่าง ไม่ต้องให้เงินแต่ให้ออกเป็นตั๋ว PN ไม่ต้องกำหนดว่าจะจ่ายวันไหนและไม่มีดอกเบี้ยก็ได้ และหุ้นก็เปลี่ยนมือจากพ่อไปสู่ลูก แม่ไปสู่ลูก โดยไม่ต้องชำระภาษีการรับให้ แล้วจะมีระเบียบเกี่ยวกับการรับให้ออกมาหรือไม่ เพื่อให้การจัดเก็บภาษีการรับให้ 5% มีความเสมอภาคกัน”

“เรื่องนี้เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาออกมายืนยัน ถ้าใช้ตั๋ว PN ในลักษณะจำแลง การซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นจริง ต้องมีความผิดทางกฎหมาย ยืนยันว่า เรื่องนี้มีความผิดทางอาญาแน่ ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร และจะยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมสรรพากร หลังเสร็จการอภิปรายภายในสัปดาห์นี้ ถ้าสังคมยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ก็จะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีของประเทศ และคนที่เป็นผู้นำประเทศ ควรทำพฤติกรรมเช่นนี้หรือไม่ การยื่นความผิดอาญาและผิดประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อ ป.ป.ช.ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรออธิบดีกรมสรรพากรให้คำตอบ” วิโรจน์ กล่าว

นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงการซื้อขายหุ้นโดยออกตั๋ว PN ของนายกฯ ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุว่า การออกตั๋วพีเอ็นจะระบุระยะเวลา รวมถึงกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ก็ได้ แต่หากคิดดอกเบี้ย จะต้องกำหนดในตั๋วอย่างชัดเจน ซึ่งผู้ซื้อขายหุ้นเมื่อชำระเงินสดเรียบร้อยแล้ว จึงถือเป็นเงินได้ที่ต้องคำนวณภาษี ทราบว่า นายกฯ ชำระเงินสดในปี 69 เท่ากับว่าผู้ได้รับเงินจะต้องนำไปรวมคำนวณภาษีของปี 69 โดยยื่นแบบฯ ในปี 70 ไม่ได้นับตั้งแต่ตอนได้รับตั๋วพีเอ็น

ปิดท้ายด้วยคำ “กี้กี้” ที่วิโรจน์ใช้เรียกพวกยกมือประท้วงในสภา ทำนองว่า เป็นตัวสมุนที่ไม่สำคัญ “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ไปเปิดดูในอินเทอร์เน็ต จริงๆ แล้วคำว่า กี้กี้ มีหลายความหมาย เป็นความหมายที่เรียกสมุนคู่ต่อสู้ไอ้มดแดงก็ว่าไป แต่นี่คือภาษาตากาล็อก หมายถึงอวัยวะเพศหญิง อย่าเอาเรื่องอย่างนี้มาเสียดสี และพูดพาดพิงไปถึงนายกฯ ซึ่งเป็นผู้หญิง ไม่อยากให้ใช้คำสองแง่สองง่ามแบบนี้มาทำลายด้อยค่าคนอื่น ตนว่า มันแสดงถึงวุฒิภาวะที่น้อย

“รู้สึกผิดหวังเพราะคิดว่าน่าจะมีการพูดคุยที่มีประเด็น แต่นี่เป็นการอภิปรายที่มีความเคียดแค้นอยู่ อยากจะเอาชนะให้ได้ รู้สึกผิดหวังตั้งแต่การเริ่มต้น พยายามที่จะไปขุดอดีต วิโรจน์บอกว่า รำคาญกับพวกที่มาประท้วง หากไม่พูดอะไรที่เป็นสองแง่สองง่ามก็ไม่มีคนประท้วง เรื่องอภิปรายถ้ามีหลักฐานจริงเอามาเปิด เขาโต้ไม่ได้เขาก็ผิดไปเอง ไม่ต้องใช้เกือบ 30 ชั่วโมงหรอก ชั่วโมงเดียวก็ตายแล้ว ฉะนั้น ถ้าไม่มีประเด็นก็ไม่ต้องมาเลียบค่าย แล้วทำให้เกิดการด้อยด่า เกิดความไม่เชื่อมั่นในประเทศของตัวเอง ผมว่าคนมีวุฒิภาวะเขาไม่ทำกัน” นายภูมิธรรม กล่าว

“ทีมข่าวการเมือง”