เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณี สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ถูกติดต่อซื้อตัวด้วยราคา 20 ล้านบาท ให้ยกมือไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รวมถึงถ้าย้ายพรรคก็จะได้เงินเพิ่ม ว่า ไม่มี ไม่จำเป็นเลย เพราะเสียงในซีกของพรรคร่วมรัฐบาล ได้ให้สัตยาบันแล้ว และกว่า 300 เสียงที่มีอยู่ ก็มากแล้ว

เมื่อถามว่า จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอื่นไปติดต่อทาบทามนั้น นายประเสริฐ ยืนยันว่า ไม่มี เมื่อถามย้ำว่า เสียงที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสัญญาณว่าจะมีการต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินเรื่องนี้ ไม่มีมูลความจริง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า จะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อเสียงรัฐบาลมีเกินอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งนี้กรณีที่มีงูเห่าเพิ่มขึ้น ตนมองว่าอาจจะมาจากการที่ได้รับฟังการอภิปรายของรัฐบาลแล้วเห็นว่าน่าจะโหวตให้ เพราะชี้แจงได้ตรงประเด็น

เมื่อถามว่า จะเป็นการทอดไมตรีเพื่อการทำงานร่วมกันในอนาคตหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า การโหวตในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นเอกสิทธิ์ สส. จึงไม่ใช่การทอดสะพานที่จะมาอยู่ด้วย เพราะทุกคนมีสังกัดพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการปรับคณะรัฐมนตรีนั้นตนไม่ทราบ เรื่องนี้ต้องถามนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า ะถึงเวลาที่ต้องประเมินการทำงานและปรับ ครม. หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามดูทุกกระทรวงอยู่แล้ว เรื่องไหนหากเห็นว่าต้องมีการพูดคุยนายกฯ ก็จะเรียกไปพบอยู่แล้ว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน ร่วมเฟรมกับนายกฯ และรัฐมนตรี ไม่ใช่มวยล้มต้มคนดู เพราะอภิปรายขนาดนั้น การถ่ายรูปร่วมกัน เป็นการแสดงท่าทีที่ดีต่อกัน เมื่อยติจบแล้วก็ถือว่าจบ

เมื่อถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง สว. ที่ให้วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีเสนอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ เข้าข่ายเป็นการแทรกแซง ครอบงำการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะเป็นเรื่องของการผิดจริยธรรมร้ายแรง คล้ายกับกรณีของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ขอไปดูรายละเอียดก่อน เพราะฉะนั้นตนยังพูดอะไรไม่ได้.