จากรณีเพจเฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v plus เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ความรุนแรง โดยระบุข้อความสรุปว่า สาวโดนสาวประเภทสองรุม!! ยังไงคุณก็คือผู้ชาย ไปทำร้ายผู้หญิงไม่ได้ไม่ควรใช้ความรุนแรงในการยุติปัญหา เหตุเกิดที่ห้าแยกโคกมะตูม จ.พิษณุโลก คืนวันที่ 2 ต.ค. ทั้งนี้คลิปดังกล่าว เป็นเหตุการณ์กลุ่มสาวประเภทสอง ยกพวกมาถึงหน้าหอพักแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก เข้ารุมทำร้ายตบตีหญิงสาวฝาแฝด สาเหตุมาจากความหึงหวง เนื่องจากเกรงว่าผู้เสียหายจะไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่เป็นแฟนของเพื่อนหญิงที่อยู่ในกลุ่มของสาวประเภทสอง ทั้งนี้หลังเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมและใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พ.ย. น.ส.เติ้ล และ น.ส.ต่าย (นามสมมติทั้งคู่) พี่น้องฝาแฝด วัย 18 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ธนาพล เมฆบุตร สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมให้ปากคำและนำคลิปหลักฐานมามอบให้กับตำรวจ ก่อน น.ส.ต่าย เปิดเผยว่า แก๊งสาวประเภทสอง ที่ลงมือก่อเหตุกับพวกตนนั้น ตระเวนไปก่อเหตุกับหญิงสาวรายอื่นๆไปทั่ว สำหรับเรื่องการรุมทำร้ายพวกตน สาเหตุเนื่องจากในกลุ่มนั้นมีผู้หญิงรายหนึ่งหึงหวงแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไป เกรงว่าจะมายุ่งเกี่ยวกับพวกตน จึงทักมาหาเรื่องทางเฟซบุ๊กและนัดมาเคลียร์ปัญหากันที่หอพักที่อาศัยกันคนละห้องอยู่ย่านตลาดโคกมะตูม ซึ่งกลุ่มนั้นยกพวกพากันมาเป็นจำนวนมาก สาวประเภทสอง 4 คน ผู้หญิงอีก 2 คน มาถึงก็พูดจาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย แม้จะพยายามอธิบายให้ฟังว่าไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับแฟนหนุ่มของคนในกลุ่มนั้น แต่เขาก็ไม่ฟังผลักประตูเข้ามากระชากตัวออกไปรุมตบตีอย่างบ้าคลั่ง พี่สาวที่อยู่ห้องข้างๆ ออกมาช่วยก็โดนทำร้ายไปด้วย หลังจากลงมือทำร้ายจนพอใจแล้ว ก็แยกย้ายกันกลับไป ทำให้พวกตนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะถูกกลุ่มดังกล่าวขู่อาฆาตว่าจะกลับมาทำร้ายอีก นอกจากนี้เจ้าของหอพักยังไล่พวกตนออกด้วย เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นๆ ทั้งที่พวกตนพยายามอธิบายแล้วก็ตาม ว่าไม่รู้จักกลุ่มสาวประเภทสองกลุ่มนั้นมาก่อน หลังเกิดเรื่องตนและพี่สาว ต้องหอบร่างอันสะบักสะบอมไป รพ. ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า คลิปที่เผยแพร่ออกมานั้น เกิดขึ้นมากว่า 1 เดือนแล้ว หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ก็ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลและหลักฐาน พร้อมให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุทั้งหมดรวม 6 คน มาสอบสวนแล้วรวมถึงได้แจ้งความในข้อหาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล และข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น อีกทั้งพบว่ากลุ่มผู้ต้องหายังไปก่อเหตุลักทรัพย์ที่ร้านขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่งใน อ.เมืองพิษณุโลก แต่กลุ่มผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน ซึ่งตำรวจมีพยานและหลักฐานสำคัญชัดเจนเพื่อเอาผิด จึงแจ้งข้อหาและส่งตัวฟ้องศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัวด้วยเนื่องจากเป็นการกระทำที่ต่างกรรมต่างวาระกันหลายครั้ง มีผู้เสียหายหลายรายเข้ามาแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย พร้อมฝากเตือนไปยังเยาวชนที่ชอบใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา และการถ่ายคลิปผู้อื่นมาลงประจานในสื่อโซเชียล เพื่อความสะใจ ก็ถือว่ามีความผิดและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไปด้วย



