จากกรณีหลายหน่วยงานนำโดยนายพัชร์ภารุจ สุคนธร ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้, ตำรวจ บก.ปทส., ดีเอสไอ, กอ.รมน., ป.ป.ท., ป.ป.ช. และทหารพราน ร่วมกันเข้าไปตรวจสอบสวนทุเรียนนับพันไร่ของ “นายทุนบริษัทต่างชาติ” ปลูกในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ไถโค่นป่าติดภูเขาจนกลายเป็นสวนทุเรียนแปลงใหญ่นับพันไร่ และเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีใหญ่และมีความซับซ้อน จึงให้พนักงานสอบสวน ปทส. ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพื่อขยายผลถึงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฉะเชิงเทราได้รับไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีอาญาตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.68 ที่ผ่านมา ปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นมีลักษณะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีเนื้อที่เกี่ยวข้องในคดี จำนวน 345 ไร่เศษ ต่อมาช่วงกลางเดือน มี.ค. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ส่งหนังสือมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้รับไว้เป็นคดีพิเศษ ขณะนี้จึงมีการส่งเรื่องไปยังกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขออนุมัติเรื่องสืบสวน ทั้งนี้ กรณีหากจะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ จะต้องดูองค์ประกอบตามประกาศกรรมการคดีพิเศษฯ หรือ ประกาศ กคพ. ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงจะมีคำสั่งให้รับไว้ทำการสอบสวนและประสานโอนคดีมาทำการสอบสวนต่อที่กรมฯ

พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า เรื่องนี้เป็นคดีสำคัญที่เป็นนโยบายรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้กำชับให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งดำเนินการสืบสวน หากเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษก็จะได้รับมาดำเนินการต่อไป.