จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 ตามเวลาประเทศไทย ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ประเทศเมียนมา ส่งแรงสะเทือนสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และเวลา 13.20 น. ได้เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ ทำให้เกิดผลกระทบวงกว้าง และทำให้โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้บาดเจ็บเกิดขึ้น ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์และอาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ไขข้อข้องใจ “ดินโคลน” ที่ผุดจากรอยแยกในประเทศเมียนมา เนื่องจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ภาพแผ่นดินแยกที่ประเทศเมียนมา พร้อมบอกว่า “ที่พม่ามีโคลนหรืออะไรผุดออกมาจากรอยแยกแผ่นดินไหว”

โดยอาจารย์เจษฎา ระบุข้อความว่า “เป็นปรากฏการณ์ “liquidfaction” เกิดจากแผ่นดินไหว ทำให้แรงดันน้ำในดินสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นฟองดัน ดินโคลนขึ้นมาตามรอยแยก เรียกว่า “สภาวะดินเดือด soil boiling” ถ้าให้เดามันก็น่าจะเป็นการเกิดรอยแยก แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว และทำให้น้ำใต้ดินผุดขึ้นมาครับ แล้วน้ำก็ผลักดันพวกดินโคลนแร่ธาตุที่อยู่ใต้ดิน ขึ้นมาแห้งข้างบนด้วยถ้าให้มั่นใจได้มากกว่านี้ ก็ต้องส่งทีมธรณีวิทยา ไปสำรวจครับ แต่ไม่ใช่ลาวาหรือหินหลอมเหลวแน่ๆ ครับ ตรงนั้นเป็นแค่รอยเลื่อน ไม่ใช่แนวปะทุเป็นภูเขาไฟ”

นอกจากนี้ “Soil boiling” คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อก๊าซหรือของเหลวใต้ดินถูกดันขึ้นมาผ่านชั้นดินอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินดูเหมือนกำลังเดือด (คล้ายกับน้ำเดือด) ซึ่งมักเกิดขึ้นจากแรงดันที่สะสมอยู่ใต้ดิน และสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
1. แรงดันน้ำใต้ดิน (Pore Water Pressure) สูง โดยจะเกิดขึ้นเมื่อน้ำใต้ดินถูกกักอยู่ใต้ชั้นดินที่มีความหนาแน่นสูง แล้วได้รับแรงดันเพิ่มขึ้น เช่น จากกระบวนการก่อสร้างหรือแผ่นดินไหว
2. กระบวนการทางธรณีวิทยา เช่น การปล่อยก๊าซจากโพรงใต้ดิน หรือกิจกรรมของภูเขาไฟ
3. Liquefaction (การทรายเหลว) จะเกิดขึ้นเมื่อดินอิ่มตัวด้วยน้ำและได้รับแรงสั่นสะเทือน เช่น จากแผ่นดินไหว ทำให้ดินสูญเสียความแข็งแรงชั่วคราวและเคลื่อนตัวขึ้นมาเหมือนกำลังเดือด
4. การรั่วไหลของก๊าซใต้ดิน เช่น มีเทน (Methane) หรือก๊าซธรรมชาติอื่น ๆ ที่สะสมอยู่ใต้ดินแล้วมีแรงดันมากพอที่จะดันตัวขึ้นมาสู่ผิวดิน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อาคาร ถนน และเขื่อน เพราะอาจทำให้ดินสูญเสียความแข็งแรงและเกิดการทรุดตัวได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : Jessada Denduangboripant และ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง