นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์บริการนักลงทุนและบุคลากรต่างชาติ (Thailand Investment and Expat Services Center: TIESC) ตั้งอยู่บนชั้น 6 และชั้น 7 ของโครงการ One Bangkok โซน PARADE ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ สำหรับศูนย์บริการนักลงทุนฯ ถือเป็นศูนย์กลางการให้บริการแก่นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งได้รวมบริการของศูนย์ประสานการบริการด้านการลงทุนหรือ OSOS เพื่อให้บริการคำปรึกษาและข้อมูลอย่างครบวงจรแก่นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในประเทศไทย

ขณะเดียวกันยังช่วยอำนวยความสะดวกในการประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธุรกิจมาร่วมให้ข้อมูลเป็นจุดเดียว และศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เป็นศูนย์ให้บริการครบวงจรด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างบีโอไอ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน โดยยกบริการของทั้ง 3 หน่วยงานมาไว้ ณ จุดเดียว ขณะเดียวกันทุกหน่วยงานยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ระบบ Single Window for Visa and Work Permit ซึ่งทำให้นักลงทุนสามารถยื่นขออนุมัติ/อนุญาตทางระบบออนไลน์ และเป็นการยื่นเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องแยกยื่นเอกสารกับแต่ละหน่วยงาน นับเป็นตัวอย่างของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐให้เกิดความสะดวกสบาย ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการบริการนักลงทุนและบุคลากรต่างชาติ

ทั้งนี้ได้กล่าวระหว่างการเปิดงานว่า ท่ามกลางโลกของการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบริการที่ยอดเยี่ยม ความโปร่งใส และความรวดเร็วในการให้บริการของภาครัฐ ถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนระดับโลก ศูนย์ TIESC เป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทย ในการมอบประสบการณ์ด้านการลงทุนอย่างไร้รอยต่อ ในด้านการบริการด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบ วัน-สต๊อป อย่างแท้จริงซึ่งจะเป็นตัวอย่างในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกับชาวต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงเป็นต้นแบบสำหรับการให้บริการด้านอื่น ๆ ของภาครัฐแก่ประชาชนในอนาคตด้วย
นายนฤตม์ กล่าวว่า ศูนย์บริการ OSOS และศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เป็นศูนย์บริการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับนักลงทุนจากต่างประเทศ เดิมตั้งอยู่ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี กรุงเทพฯ แต่เนื่องจากแนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวสูงขึ้น ทำให้ปริมาณนักลงทุนและบุคลากรต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์แห่งนี้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 400-500 คนต่อวัน บางวันสูงถึงกว่า 1,500 คน และมีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับรัฐบาลมีมาตรการใหม่ ๆ ในการดึงดูดกลุ่มบุคลากรทักษะสูงต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นLong-term Resident Visa (LTR Visa) หรือ Smart Visa สำหรับสตาร์ทอัพ ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก บีโอไอจึงจำเป็นต้องควบรวมบริการของศูนย์ทั้งสองแห่ง และจัดตั้งศูนย์ TIESC เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น และรองรับการพัฒนาบริการและความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“TIESC จะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการลงทุนจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย ในการดึงดูดการลงทุนยุคใหม่ ลำพังสิทธิประโยชน์ไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องการ คือ ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ หรือที่เรียกว่า Ease of Doing Business รวมทั้งความสะดวกของผู้บริหารและบุคลากรต่างชาติในด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดกลุ่มบุคลากรทักษะสูง เข้าสู่ประเทศไทย บีโอไอให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ จึงได้จับมือหน่วยงานพันธมิตร โดยเฉพาะตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือตม. และกระทรวงแรงงาน เดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพ ในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ใหม่แห่งนี้ จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการบูรณาการภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จ” นายนฤตม์ กล่าว



