เรื่องราวของพลเมืองดีที่เก็บกระเป๋าเงินที่มีผู้ทำหายไว้ตกเป็นกระแสไวรัล หลังจากที่เขาแบ่งปันวิธีการตรวจสอบเจ้าของตัวจริงของกระเป๋าดังกล่าว โดยอาศัยรหัสลับและวิธีถอดรหัสซึ่งมีแต่ผู้ที่เป็นเจ้าของกระเป๋าเท่านั้นที่จะถอดได้ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสจากเจ้าของตัวปลอม
“ผมทิ้งข้อความไว้ในแบบที่มีแต่เจ้าของตัวจริงเท่านั้นที่จะติดต่อผมได้” ชายผู้นี้เขียนเล่าประสบการณ์ของเขาในโพสต์บนเว็บบอร์ดเรดดิท ซึ่งต่อมากลายเป็นไวรัลพร้อมรูปภาพของรหัสลับที่ชวนให้นึกถึงนิยายดังเรื่อง “ดาวินชี โค้ด”
เจ้าของเรื่องระบุว่าพบ “กระเป๋าสตางค์สีดำ” ที่มีคนทำหายในวันเสาร์วันหนึ่ง เขาจึงเก็บกระเป๋าเงินนั้นไว้และทิ้งข้อความเขียนด้วยลายมือพร้อมวิธีติดต่อกลับ
แต่แทนที่จะเขียนแค่หมายเลขโทรศัพท์ของตนเองซึ่งอาจโดนผู้ไม่ประสงค์ดีฉวยโอกาสเอาได้ เขากลับอำพรางไว้ใน “สมการตัวเลข” ที่มีแต่เจ้าของกระเป๋าเงินตัวจริงเท่านั้นที่จะไขรหัสลับนี้ได้
ตามภาพถ่ายข้อความที่ลงไว้ในเว็บบอร์ด เจ้าของกระเป๋าจะต้องใช้ตัวเลขวันเกิดของตนเองเข้าสมการ ซึ่งพลเมืองดีน่าจะได้ข้อมูลจากใบขับขี่ที่อยู่ในกระเป๋า เขาระบุให้ใส่ตัวเลขวันเดือนปีเกิดในรูปของ “วว/ดด/ปปปป” (วันที่ 2 หลัก, เดือน 2 หลัก, ปี 4 หลัก)

เมื่อนำตัวเลขเหล่านี้ไปบวกกับตัวเลขตั้งต้นที่อยู่ในกระดาษโน้ต “030532468” ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ ก็จะได้หมายเลขโทรศัพท์ของพลเมืองดีคนนี้ที่เจ้าของกระเป๋าเงินสามารถโทรฯ หาเพื่อติดต่อขอรับกระเป๋าเงินคืนไป ก่อนที่พลเมืองดีจะนำกระเป๋าไปส่งที่สถานีตำรวจในวันจันทร์
ชาวเรดดิทและชาวเน็ตที่ได้เห็นข้อความใส่รหัสลับนี้ ต่างรู้สึกประทับใจวิธีการของพลเมืองดีที่ใช้เพื่อคัดกรองเจ้าของกระเป๋าตัวจริงกับตัวปลอม แม้รหัสนี้จะถอดได้ไม่ยาก แต่จำเป็นจะต้องใช้ชุดตัวเลขที่ถูกต้อง ซึ่งมีเพียงเจ้าของกระเป๋าตัวจริงเท่านั้นที่รู้
“นั่นมัน… อัจฉริยะจริงๆ” ชาวเน็ตคนหนึ่งกล่าวอย่างชื่นชม ในขณะที่อีกคนหนึ่งแสดงความเห็นว่าเป็นวิธีที่ “ฉลาดและมีประโยชน์”
“มันเหลือเชื่อมาก เขาคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย???” ชาวเน็ตอีกรายกล่าวชม “เพราะจริงๆ แล้วมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะไขปัญหาได้”
ชาวเว็บบอร์ดคนอื่นๆ กล่าวเสริมว่า “แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครสักคนจะมีวันเกิดวันเดียวกัน อยู่ในพื้นที่เดียวกันและเพิ่งทำกระเป๋าสตางค์สีดำหาย ควรจะมีคนใช้วิธีแบบนี้ให้บ่อยกว่านี้”
เจ้าของโพสต์ตอบว่าพวกเขาได้แนวคิดใส่รหัสนี้จากวิดีโอทางช่องยูทูบเกี่ยวกับการถอดรหัสยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นวิธีการถอดรหัสและเข้ารหัสข้อมูลที่จะต้องให้บุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะเข้าถึงและถอดรหัสได้
ต่อมา หนุ่มเจ้าของโพสต์ก็เข้ามาอธิบายเพิ่มเติมว่า เรื่องราวของเขานี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาพบกระเป๋าเงินดังกล่าวในเช้าวันเสาร์ซึ่งสถานีตำรวจยังไม่เปิดทำการ และถ้าเขาเอาไปทิ้งไว้ในตู้ไปรษณีย์หน้าสถานีก็คงไม่มีใครมาเปิดดูจนกว่าจะถึงวันจันทร์ เขาจึงทิ้งข้อความไว้แถวๆ จุดที่เขาเก็บกระเป๋าเงินได้ และให้โอกาสเจ้าของเดิมมาขอรับของคืนโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเขา จะได้ไม่ต้องมีคนแปลกหน้าโทรฯ มาหลอกเพื่อขอกระเป๋าเงินใบนั้น
ชายหนุ่มเล่าว่า เจ้าของกระเป๋าได้ติดต่อกลับมาหาเขาในวันเสาร์นั้นเอง ซึ่งเขาก็ได้ตรวจสอบหมายเลขประจำตัวประชาชนจากข้อมูลบัตรในกระเป๋าว่าถูกต้อง ในตอนนั้น เขาได้ขอร้องเจ้าของกระเป๋าไม่ให้เปิดเผยข้อความที่เขาทิ้งไว้
เมื่อชาวเน็ตบางคนถามว่า ทำไมเขาจึงไม่ตรวจสอบที่อยู่จากบัตรประจำตัวในกระเป๋า เขาก็ชี้แจงว่าเป็นเพราะบัตรประจำตัวส่วนใหญ่จะไม่ระบุที่อยู่ ถ้าหากไม่มีกฎหมายระบุไว้ ข้อมูลบนบัตรจะมีเพียงชื่อ วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัว ประเทศที่อยู่ ภาพถ่ายเจ้าของบัตรและข้อมูลอื่นๆ อีกเล็กน้อย
นอกจากนี้ เขาได้พยายามเอาข้อมูลจากบัตรไปตรวจสอบจากโซเชียลมีเดียต่างๆ แต่ไม่พบตัวเจ้าของกระเป๋า
หลังเกิดเรื่องไปนานแล้ว เขารู้สึกว่านี่เป็นวิธีการใส่รหัสที่พื้นๆ แต่ก็ฉลาดไม่น้อย จึงนำมาโพสต์แบ่งปันเรื่องราวบนเว็บบอร์ด
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, reddit.com



