เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน  สำนักงาน กสทช. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (public hearing) ต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล  850 MHz 1500 MHz 1800 MHz 2100 MHz 2300 MHz และ 26 GHz ครั้งที่ 2

เพื่อนำข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาโดยมี นายต่อพงศ์ เสลานนท์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ รองศาสตราจารย์สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยนักวิชาการ ผู้ประกอบการ เอกชน  ประชาชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวรายงานว่า จากที่สำนักงาน กสทช. ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคม–20 กุมภาพันธ์ 2568 และได้นำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และร่างประกาศหลักเกณฑ์ ต่อ กสทช. ในการประชุม ครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 และการประชุม ครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568

ซึ่ง กสทช. มีมติเห็นชอบให้สำนักงาน กสทช. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนทั่วไปต่อ (ร่าง) ประกาศหลักเกณฑ์ฯ อีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นที่มาของการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในวันนี้ (1 เม.ย. 68)  สำนักงาน กสทช. ได้จัดงานการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะฯ ครั้งที่ 2 เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับความคิดเห็นที่รอบด้าน ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และประเทศไทย โดยมีหัวข้อที่เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะฯ ดังนี้

1.คลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูล 2. ความเหมาะสมของวิธีการประมูลและการจัดกลุ่มคลื่นความถี่ เพื่อให้ส่งเสริมการแข่งขันในการประมูลคลื่นความถี่ 3. ความเหมาะสมของมูลค่าคลื่นความถี่และวิธีการคำนวณ รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ในการกำหนดราคาขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ (Reserve price)  4. ความเหมาะสมของการกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่และการจัดให้มีโครงข่ายโทรคมนาคมย่าน 850 MHz 1500 MHz 1800 MHz 2100 MHz หรือ 2300 MHz สำหรับผู้ให้บริการรายใหม่ และ 5. ความเหมาะสมของการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้ดำเนินการเพื่อสังคม และการคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มเติมสำหรับผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการ  ผู้ถือบัตรโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ในเวทีแสดงความคิดเห็นนั้นมีมุมมองหลากหลาย โดย นายไพโรจน์ ไววานิชกิจ นักวิชาการโทรคมนาคม กล่าวว่า การนำย่านความถี่ 2100 ทั้งผืนมาจัดสรรในคราวเดียว ช่วยให้เกิดการใช้คลื่นความถี่มีประสิทธิภาพ ผู้เข้าประมูลสามารถวางแผนคลื่นได้ล่วงหน้าช่วยเพิ่มมูลค่าและความต้องการในการใช้งานคลื่น ซึ่งคุ้มค่าในการประมูลคลื่นมากกว่าการแยกประมูลไม่เต็มผืน

นอกจากนี้ กสทช. ควรแยกช่วงความถี่คลื่น 2100 MHz  จำนวน 3 สล็อต ที่หมดอายุปี 2568 และ คลื่น 2100  MHz จำนวน 9 สล็อต ที่หมดอายุปี 2570 ออกเป็นคนละกลุ่มในการประมูลครั้งนี้ เนื่องจากมีความต้องการใช้คลื่นและเวลาเริ่มต้นใช้คลื่นแตกต่างกัน

ด้าน นายชูชาติ เตชะโพธิวรคุณ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากมีประมูลแยกกัน สำนักงาน กสทช. จะมีต้นทุนและภาระจัดประมูลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครั้งโดยไม่จำเป็น การประมูลคลื่นล่วงหน้าสามารถทำได้ตามกฎหมาย ช่วยให้ไม่เกิดปัญหาอุปสรรคในช่วงเปลี่ยนผ่านตอนใบอนุญาตเดิมใกล้หมดอายุ

นอกจากนี้ การประมูลไม่พร้อมกันจะทำให้มูลค่าคลื่นลดลง เพราะในการประมูลแต่ละครั้ง สำนักงาน กสทช. ต้องตีมูลค่าคลื่นใหม่ตามบริบทต่างๆ ที่เปลี่ยนไป ดังนั้นจึงไม่มีหลักประกันใดว่าหากประมูลปี 2570 จะมีราคาสุดท้ายที่สูงกว่าประมูลพร้อมกันในปี 2568

ด้านนายนราพล ปลายเนตร ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า การตั้งราคาคลื่นที่แพงไม่สอดคล้องมูลค่าที่แท้จริง จะส่งผลต่อค่าบริการที่อาจสูงขึ้น ดังนั้น สำนักงาน กสทช. ไม่ควรกำหนดราคาขั้นต่ำสูงเกินไป การตั้งมูลค่าและราคาคลื่นที่ไม่เหมาะสมสูงหรือต่ำเกินไปจะกระทบโครงสร้างต้นทุนและงบประมาณลงทุน อาจส่งผลต่ออัตราค่าบริการและอาจจะกลายเป็นภาระของผู้บริโภคในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช.ฯ ครั้งนี้ ได้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 โดยได้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ข้างต้น ซึ่งสามารถนำส่งแบบแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2568 จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2568 ในเวลา 16.30 น. หลังจากนั้นจะมีการนำความคิดเห็นทั้งหมดมารวบรวม เพื่อนำเสนอให้กับที่ประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 18 เม.ย.นี้