นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงหามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือการเรียกความเชื่อมั่น ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยหลักตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานของอาคารต่างๆ ด้วยหลักวิศวกรรม ตรวจสอบด้วยหน่วยงานที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏโดยเร็วว่าอาคารสูงเหล่านี้มีการก่อสร้างที่ทนต่อแรงแผ่นดินไหว

“ต้องยอมรับว่าคนที่อาศัยอยู่บนคอนโดมิเนียมสูงหรือสำนักงานสูงๆ ย่อมมีความกังวลใจ แต่หน่วยงานรัฐต้องเร่งตรวจสอบด้วยการนำหลักของวิศวกรรมมายืนยันข้อเท็จจริงว่าตึกหรืออาคารนี้มีความปลอดภัย อย่างไรก็ตามถึงแม้การเร่งสร้างความเชื่อมั่นจะต้องใช้เวลา ซึ่งรัฐบาลก็ได้เร่งดำเนินการแล้ว”

นายเผ่าภูมิ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวได้สร้างผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความกังวลการอาศัยอยู่บนตึกสูง ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้อยู่อาศัยด้วยหลักวิศวกรรมเช่นกัน ส่วนการกระตุ้นภาคอสังหาฯ นั้น รัฐบาลอยู่ระหว่างการหามาตรการเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเร็วๆ นี้

สำหรับมาตรการที่จะมาช่วยกระตุ้นภาคอสังหาฯ ที่ใช้ได้ผลมากที่สุด ต้องดำเนินการพร้อมๆ กัน 2 มาตรการ คือ มาตรการ LTV และมาตรการลดหย่อนค่าโอนและค่าจดจำนอง ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าช่วยกระตุ้นภาคอสังหาฯ ได้เป็นอย่างดี ในช่วงหลังโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ภาคอุตสาหกรรมกระเตื้องขึ้นทันที

ขณะเดียวกันกรมธนารักษ์เตรียมจะเสนอยกเว้นการจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุ เพื่อเยียวยาและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ส่วนจะยกเว้นการจัดเก็บค่าเช่าเป็นระยะเวลาเท่าใดนั้น กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดทั้งหมด คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้เช่นกัน