สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่านายไมเคิล ดีซอมบรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวต่อคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หยิบยกประเด็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ขึ้นมาหารือโดยตรงกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน
สหรัฐเรียกร้องให้จีนแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มอาชญากรชาวจีนให้หลีกเลี่ยงการดำเนินคดีในระดับนานาชาติ พร้อมระบุว่า สหรัฐยังหารือกับจีนในระดับสูงเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเฟนทานิลและศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์
ทั้งนี้ ศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมียนมา กัมพูชา และลาว และมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีชาวจีนเป็นผู้ดำเนินการ มักหลอกลวงแรงงานด้วยข้อเสนองานปลอม ก่อนกักขังและบังคับให้ทำงานหลอกลวงทางออนไลน์ภายใต้การข่มขู่และความรุนแรง
China is open to enhancing dialogue and communication with the U.S. law enforcement authorities, Chinese foreign ministry spokesman Lin Jian said on Aug 6.
— CCTV+ (@CCTV_Plus) August 7, 2026
Lin made the remarks after U.S. Federal Bureau of Investigation (FBI) Director Kash Patel said he hoped to cooperate with… pic.twitter.com/sxScb8jekV
สหรัฐประเมินว่า ชาวอเมริกันสูญเงินให้แก๊งหลอกลวงที่มีฐานอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วอย่างน้อย 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 413,124.81 ล้านบาท ) ในปี 2568 และคาดว่าตัวเลขจริงจะสูงกว่านี้ ขณะที่แก๊งมิจฉาชีพยังนำปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) มาใช้สร้างเสียง ข้อความ และตัวตนออนไลน์ปลอม เพื่อหลอกเหยื่อในรูปแบบต่าง ๆ
แม้สหรัฐตั้งคำถามมาตลอด ว่าจีนดำเนินคดีกับเครือข่ายเหล่านี้อย่างเพียงพอหรือไม่ แต่ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสองประเทศกลับขยายตัวอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ ( เอฟบีไอ ) และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านอาชญากรรมไซเบอร์ ยาเฟนทานิล อาชญากรรมต่อเด็ก และการติดตามผู้หลบหนี รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและปฏิบัติการร่วมกัน
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันยืนยันว่า จีนและสหรัฐมีความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม การพนันออนไลน์ การติดตามตัวผู้หลบหนี และการส่งผู้ต้องสงสัยกลับประเทศ พร้อมระบุว่าความร่วมมือดังกล่าวมีผลเป็นรูปธรรม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



