สำนักข่าวซีบีเอสนิวส์รายงานกรณีเด็กน้อยพบสมบัติโบราณอย่างเหลือเชื่อขณะเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีเก่าแก่ในอิสราเอล
ขณะที่ ซิฟ นิตซาน หนูน้อยวัย 3 ขวบกำลังเดินเที่ยวกับครอบครัวในแหล่งโบราณคดีเทลอาเซคาห์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟของประเทศอิสราเอลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 50 ไมล์ (ราว 80 กม.) ก็พบเครื่องรางรูปแมลงปีกแข็งที่เชื่อว่าเป็นของชุมชนโบราณคานาอันซึ่งมีอายุย้อนกลับไปได้ถึง 3,800 ปีที่แล้ว
ข้อมูลของหน่วยงานอนุรักษ์วัตถุโบราณแห่งชาติของอิสราเอลชี้ว่า เทลอาเซคาห์เป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญในพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นเนินเขาที่สร้างขึ้นจากเศษซากของชุมชนที่สร้างขึ้นทับซ้อนกันตามกาลเวลาที่ผ่านไป
โอเมอร์ นิตซาน พี่สาวของหนูน้อยที่พบเครื่องรางกล่าวว่า การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
“พวกเราเดินไปตามทางแล้วซิฟก็ก้มตัวลงหยิบหินก้อนนี้ขึ้นมาจากก้อนหินทั้งหมดที่อยู่รอบตัวเธอ” โอเมอร์ นิตซาน กล่าว “เมื่อเธอเอาหินนั้นมาถูเพื่อเม็ดทรายหลุดออกไป เราก็เห็นว่ามีบางอย่างที่ดูแปลกไป”

หลังพบความผิดปกติของก้อนหัน ครอบครัวนิตซานก็นำสิ่งที่ค้นพบไปแจ้งให้หน่วยงานด้านโบราณวัตถุของอิสราเอลทราบ
ดาฟนา เบน-ทอร์ ผู้ดูแลด้านโบราณคดีอียิปต์ที่พิพิธภัณฑ์อิสราเอลในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องรางและตราประทับโบราณ ได้ระบุว่า สมบัติโบราณชิ้นเล็กนี้มีต้นกำเนิดมาจากยุคสำริดตอนกลาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณ 2100 – 1600 ปีก่อนคริสตศักราช
ยุคดังกล่าวเป็นยุคที่วัฒนธรรมของชาวคานาอันเจริญรุ่งเรืองอยู่ในภูมิภาคเลแวนต์ ซึ่งเชื่อกันว่าประกอบด้วยพื้นที่บางส่วนของซีเรียและเลบานอนในปัจจุบัน โดยมีพรมแดนติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ชาวคานาอันเป็นประชากรกลุ่มเซมิติกยุคแรกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้และปรากฏชื่ออยู่ในคัมภีร์ไบเบิล
ข้อมูลของหน่วยงานด้านโบราณวัตถุของอิสราเอลระบุว่า เครื่องรางรูปแมลงปีกแข็ง”สคารับ” หรือด้วงมูลสัตว์เช่นเดียวกับที่นิตซานพบเป็นวัตถุขนาดเล็กที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งออกแบบมาเพื่อเลียนแบบแมลงดังกล่าว วัตถุโบราณชิ้นเล็กๆ เหล่านี้สามารถสืบย้อนที่มาไปได้ถึงยุคอียิปต์โบราณ ซึ่งแมลงสคารับถือเป็น “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” และ “สัญลักษณ์แห่งชีวิตใหม่” หรือแม้แต่สัญลักษณ์ของพระเจ้า
“ในยุคนี้จะมีการใช้ตราประทับและเครื่องรางรูปแมลงสคารับ” เบน-ทอร์กล่าวในแถลงการณ์ “รูปแมลงนี้จะพบในหลุมศพ ในอาคารสาธารณะและในที่พักส่วนตัว บางครั้งก็จะมีสัญลักษณ์และข้อความที่สะท้อนถึงความเชื่อหรือสถานะทางศาสนาอยู่ด้วย”
นักโบราณคดีกล่าวว่า นิตซานค้นพบเครื่องรางดังกล่าวในพื้นที่ของเทลอาเซคาห์ ซึ่งเคยพบโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์มาก่อนแล้ว ได้แก่ กำแพงเมืองและโครงสร้างทางการเกษตรจากอาณาจักรยูดาห์
“เราขุดค้นที่นี่มาเกือบ 15 ปีแล้ว และผลการขุดค้นแสดงให้เห็นว่าในช่วงยุคสำริดกลางและยุคสำริดตอนปลาย เทลอาเซคาห์เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในที่ราบลุ่มของยูดาห์” โอเดด ลิปชิตส์ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ซึ่งเป็นผู้นำการขุดค้นทางโบราณคดีที่บริเวณดังกล่าวชี้แจง “วัตถุรูปสคารับที่ซิฟค้นพบนั้นจะรวมอยู่ในรายชื่อสิ่งค้นพบของชาวอียิปต์และชาวคานาอันที่ค้นพบที่นี่ ซึ่งยืนยันถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและอิทธิพลทางวัฒนธรรมระหว่างชาวคานาอันและอียิปต์ในช่วงเวลาดังกล่าว”
เครื่องรางดังกล่าวจะถูกนำออกจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษโดยหน่วยงานอนุรักษ์วัตถุโบราณแห่งอิสราเอล สำหรับเทศกาลปัสกา (เทศกาลเฉลิมฉลองการปลดปล่อยชาวอิสราเอลจากการเป็นทาสในอียิปต์) ในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้
ที่มา : cbsnews.com
เครดิตภาพ : Facebook / ISRAEL ANTIQUITIES AUTHORITY



