ยิ่งกว่าคาด…ในการประกาศเก็บภาษีตอบโต้ทั่วโลกของ นายโดนัลด์ ทรัลป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งไทยโดนเรียกเก็บภาษีนำเข้า 36% (สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ในอาเซียน) มีผลบังคับใช้ 9 เม.ย.68
โดย บล.บัวหลวง ระบุว่า จากมาตรการภาษีที่ออกมามุ่งเป้าไปที่สินค้าหลายกลุ่มจากหลายประเทศในอัตราที่สูง คาดกดดัน sentiment ตลาดหุ้นไทยรุนแรงจากความกังวลผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งทางตรง และทางอ้อม
ในแง่ผลกระทบทางตรง สัดส่วนรายได้จากการส่งออกไปสหรัฐ ของ SET อยู่ที่ราว 1.4% โดยกลุ่ม Exporter ที่ส่งออกไปสหรัฐ สูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ (สัดส่วนรายได้จากการส่งออกไปสหรัฐ อยู่ที่ 25%) อาหาร (12%) และ ยานยนต์ (1%)
โดยบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกไปสหรัฐ สูง เช่น ITC (ราว 50%), TU (ราว 39%), DELTA (ราว 25%), HANA (ราว 25%), KCE (ราว 23%), CPF (ราว 10%), SAT (ราว 5%)
กลยุทธ์ระยะสั้น ยังเน้นเพิ่มน้ำหนักกลุ่ม Defensive เช่น โรงพยาบาล สื่อสาร และ Domestic เช่น ค้าปลีกของใช้จำเป็น ที่มีรายได้พึ่งพาในประเทศสูง
บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า สัดส่วนการส่งออกไทยไปสหรัฐ ราว 18% ซึ่งหากการส่งออกจากไทยไปสหรัฐ ลดลงทุกๆ 1% จะส่งผลให้มูลค่าส่งออกไทยลดลงราว 1.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน GDP ไทยราว –0.11%
กลยุทธ์แนะนำหลีกเลี่ยง หุ้นส่งออกอาหาร เกษตร ยานยนต์ ชิ้นส่วนฯ ชั่วคราว เน้นหุ้น DOMESTIC ผันผวนต่ำ CPALL, BEM, BDMS, WHA, ADVANC



