นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมใช้จ่ายผู้บริโภคช่วงสงกรานต์ปี 68 ว่า ผลสำรวจพบว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ บรรยากาศคึกคักกว่าปี 67 คาดจะมีมูลค่าใช้จ่าย 134,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เทียบจากปี 67 มูลค่าการใช้จ่ายนี้ ยังไม่รวมความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 ที่คาดจะเสียหายสูงถึง 15,747.8 ล้านบาท และทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ลดลงได้อีก 0.08%
สำหรับมูลค่าการใช้ดังกล่าวมีทั้งการไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เฉลี่ยเที่ยวในประเทศคนละ 7,656 บาท เที่ยวต่างประเทศ เฉลี่ยคนละ 31,875 บาท โดยคนส่วนใหญ่มากถึง 72.1% ยังวางแผนท่องเที่ยว รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำบุญ ไหว้พระ เล่นน้ำสงกรานต์ สังสรรค์/จัดเลี้ยง ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่/เยี่ยมญาติ ซื้อสินค้าคง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน ฯลฯ ซื้อสุรา สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องประดับ ทอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบจำนวนชิ้นของสินค้าที่ซื้อนั้น พบว่า ส่วนใหญ่ถึง 64.5% มีการซื้อไม่เปลี่ยนแปลง ส่วน 18.8% ซื้อลดลงน้อยถึงลดลงมาก และอีก 16.7% ซื้อเพิ่มขึ้นน้อยถึงเพิ่มขึ้นมาก โดยกลุ่มที่ซื้อเพิ่มขึ้น เพราะสินค้า/บริการมีราคาแพงขึ้น หยุดติดกันหลายวัน มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีรายได้เพิ่ม หวังว่าเศรษฐกิจจะดี ส่วนคนที่ตอบซื้อลดลง เพราะสินค้า/บริการแพงขึ้น ฉลองสงกรานต์แบบประหยัด ค่าครองชีพสูง ราคาน้ำมันแพง มีหนี้เพิ่ม รายได้ลดลง ภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น มีภัยธรรมชาติ/ฝุ่นละออง
โดยที่มาของรายได้ ที่นำมาใช้จ่าย ส่วนใหญ่ 52.7% ใช้เงินเดือน/รายได้ตามปกติ, 35.3% เงินออม, 5% เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล, 3.3% เงินกู้, 2.8% โบนัส/รายได้พิเศษ และอีก 0.9% อื่นๆ
ส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้บริโภคหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวนั้น มากถึง 74.5% บอกไม่เปลี่ยนแปลง อีก 14.4% บอกมากขึ้น และ 11.1% บอกลดลง ขณะที่แผนการใช้จ่ายช่วงสงกรานต์หลังแผ่นดินไหวนั้น ส่วนใหญ่ 71.7% บอกไม่เปลี่ยนแปลง อีก 17.1% บอกใช้จ่ายมากขึ้น และอีก 11.2% บอกลดลง โดยส่วนใหญ่ยังคงทำกิจกรรมช่วงสงกรานต แต่จะหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมในสถานที่ที่เป็นตึกสูง
นอกจากนี้ เมื่อถามผู้ประกอบการเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่หลังแผ่นดินไหว พบว่า สถานการณ์ต่างๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งยอดขายร้านค้าทั่วไป ยอดจองที่พักของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การยกเลิกเที่ยวบินของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่คาดว่า ในช่วงสงกรานต์ ทั้งยอดขายร้านค้า ยอดจองที่พัก จำวนคนมาใช้บริการในห้าง การใช้จ่ายประชาชนและนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะ คือ หน่วยงานภาครัฐควรสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลงทุน, ประกาศชื่ออาคาร ที่มีความเสี่ยง, เร่งตรวจสอบอาคารในพื้นที่เสี่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ, เปิดช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการหลายช่องทาง และหลายภาษา
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มูลค่าการใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ปีนี้ที่กว่า 134,631 ล้านบาท ถือว่าเป็นมูลค่าเกิน 130,000 ล้านบาทนับตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นมา และอัตราขยายตัวดีใกล้เคียง 5% ชี้ให้เห็นว่า คนรู้สึกว่า สงกรานต์กลับมาใกล้เคียงปกติแล้ว และคึกคักมากกว่าปีก่อน โดยแทบไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เมื่อเทียบกับก่อนโควิดปี 62 ที่มีมูลค่าใช้จ่าย 135,837 ล้านบาท แต่คนยังระวังใช้จ่าย เพราะส่วนใหญ่ใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลง



