เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้เดินทาง เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เป็นการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับบังมัด และพวก เนื่องจากตนมองว่าเป็น “เรื่องขี้หมา” แต่หากหลังจากการให้ข้อมูลในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการขับเคลื่อนในกระบวนการ ตนจะดำเนินการตามวิถีทางของตัวเองในฐานะอดีตตำรวจ ซึ่งเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมานั้น ตนไปเที่ยวที่สถานบันเทิงซึ่งเป็นที่เกิดเหตุจริง และไปเป็นปกติอยู่แล้ว ตนไปเพื่อสนุกสนานพักผ่อน ไม่ได้จะไปทะเลาะหรือหาเรื่องใคร เรื่องที่ตนเองถูกกล่าวหาว่า ไปเรียกรับสินบนนั้น ก็มีมาตลอดของชีวิตของตนเอง ซึ่งแล้วแต่ใครจะมอง

ขณะที่ตนนั่งอยู่ในร้านนั้น ตนก็มีหลักฐานชัดเจน ที่ยืนยันว่าคนชื่อ “ตั้ม” อาชีพชิปปิ้ง นั่งอยู่ในร้านพร้อมกับพานายตำรวจมาด้วย เมื่อนายตั้มเห็นตนเองอยู่ในร้านนั้น ได้วิดีโอคอลไปหาบุคคลที่สาม ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็น “บังมัด” จากนั้น ขณะที่ตนเองเดินลงบันไดของร้าน เพื่อที่จะกลับบ้าน ก็เห็นว่ามีรถมาจอด 2 คัน จากนั้นก็เห็นไอ้หัวเหม่ง ซึ่งคือ “บังมัด” พร้อมพวก เดินลงจากรถมาประมาณ 5-6 คน ในลักษณะร้อนรน ตนก็ยืนมอง เพราะปกติเวลาที่บังมัดเจอตนเองจะต้องยกมือไหว้ แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไหว้ จากนั้น บังมัด เดินเข้ามาทักทายตนเองด้วยคำว่า “เห้ย” ซึ่งคอยระวังตัวและยับยั้งตัวเองอยู่ เพราะมองว่ามีพฤติกรรมที่แปลก ซึ่งนอกจากบังมัด และพวก ยังมีเด็กในร้าน และพรรคพวกของนายตั้ม อยู่ตรงที่เกิดเหตุ รวมแล้ว 18 คน จากนั้น บังมัด ก็ปรี่เข้าทำร้าย ในขณะที่ตนเองยืนกอดอกอยู่บริเวณหน้าร้าน ทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ฝั่งละประมาณ 10 กว่าคน เข้าตะลุมบอนกัน ก่อนจะมีการแยกย้าย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 20250403-201851.jpg

“….ยอมรับว่าถูกตบที่ใบหน้า แต่จำไม่ได้ว่าข้างไหน เพราะสวนกลับไปเช่นกัน คิดว่าก็น่าจะโดนใบหน้าของบังมัดด้วย เหตุการณ์ทั้งหมดเล่าให้ตำรวจ บช.น. ฟังแล้ว แต่ไม่ได้เป็นการแจ้งความ โดยจะให้ทางตำรวจจะเป็นคนดำเนินการเอง ส่วนเหตุผลที่อีกฝ่ายตั้งใจมาทำร้ายร่างกาถึงสถานบันเทิงนั้น ไม่ได้ทำให้ตนเองเสียหน้า ที่ บังมัด อ้างเหตุผลเข้าทำร้าย เช่น เรื่องการรังแกเด็กรับรถ หรือกรณี สจ.โต้ง เสียชีวิตนั้น เป็นเรื่องไม่จริงแต่อย่างใด…” นายสันธนะ กล่าวและเผยด้วยว่า

ตนเชื่อว่าเป็นการสร้าง “คอนเทนต์” สร้างกระแส เนื่องจากมองว่าหากตั้งใจจริง ทำไมไม่ฆ่าตนเองทิ้งเลย มองว่า “บังมัด” เป็นนักเลงโซเชียล ตนไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้ให้ค่า เพราะประโยคบางประโยคที่พูดทางโซเชียลนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ส่วนที่ถูกบังมัดกล่าวหาว่าตนเองไปรังแกเด็กรับรถนั้น ยืนยันว่าทุกครั้งที่ตนเองไปเที่ยวสถานบันเทิง ตนเองดูแลพนักงานรับรถอย่างดีทุกครั้ง ที่บอกว่าพูดไม่ให้เกียรติ สจ.โต้ง นั้น เป็นเพราะบังมัดเข้าข้าง สจ.โต้ง จึงไม่พอใจตนเอง ส่วนให้กรอบระยะเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเท่าไหร่นั้น ตนเองไม่ขอระบุ เกรงว่าจะเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ พร้อมทิ้งท้าย ตนเองหมายหัวทั้ง “บังมัด” และพวกรวม 18 คนแล้ว