โดยเฉพาะการ“เตือนภัย” หรือจะมีเทคโนโลยีใดเป็น“ตัวช่วย” ทำให้เกิดความมั่นใจ ก่อนเข้าใช้อาคาร“หลังเกิดเหตุ”หรือไม่
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายบริหารกทม.เคยเสนอของบประมาณโครงการจ้างที่ปรึกษาประเมินกำลังต้านทานแรงแผ่นดินไหวอาคารในสังกัดกทม. ที่มีนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. เป็นผู้เสนอ ระหว่างการประชุมสภากทม. เพื่อพิจารณาร่างงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2568 วาระที่ 2-3 เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2567 ซึ่งครั้งนั้นโครงการ“ไม่ได้”รับการอนุมัติ
ผ่านมาวันนี้ที่เกิดผลพวงเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงทั่วเมืองหลวง “ชุมชนเมืองเดลินิวส์” มีโอกาสกลับไปสอบถามกับ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.เขตบางซื่อ ซึ่งเป็น 1 ในคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ถึงความเห็นเกี่ยวกับการสนับสนุนให้โครงการดังกล่าวผ่านการพิจารณาว่า งบประมาณตัวนี้ เป็นงบประมาณที่ทางฝ่ายบริหารเสนอเข้ามา โดยสก.ไม่สามารถเสนอโครงการเองได้ ซึ่งการพิจารณาในห้องประชุมคณะกรรมการวิสามัญงบประมาณครั้งแรกถูกตัดไป ส่วนรอบที่ 2 ผู้ว่าฯกทม.ก็เสนอกลับเข้ามาเป็นงบแปรญัตติ คณะกรรมการก็ตัดอีก 1 รอบ
“แต่ในครั้งนี้ตนมองว่าคะแนนห่างกันไม่มาก แค่เพียงเสียงเดียว จึงทำการสงวนคำแปรญัตติ เพื่อให้ สก.ท่านอื่นที่ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการฯร่วมตัดสินอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกตัดงบประมาณ”
ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าหากเป็นเพียงแค่ค่าจ้างที่ปรึกษา กทม.มีที่ปรึกษาเยอะมาก มีอยู่ในทุกสำนัก ซึ่งบางอันต้องยอมรับว่าไม่จำเป็น เนื่องด้วยการจ้างที่ปรึกษาก็เป็นช่องทางหนึ่งในการทุจริตด้วย แต่สำหรับตัวโครงการนี้ซึ่งเป็นโครงการใหม่และเป็นทางเทคนิคมาก ไม่มีความรู้ เหมือนที่ รองผู้ว่าฯกทม.ได้ชี้แจงว่า มีการติดตั้งมาแล้วที่จ.เชียงราย เชียงใหม่ อีกทั้งในงบประมาณ 9 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายหลักของโครงการ 5,479,000 บาท ซึ่งเป็นค่าอุปกรณ์ที่มีการซื้อขาย และติดไว้กับตัวอาคารอย่างถาวร ที่เหลือจึงเป็นค่าผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษา
“ส่วนตัวมองว่าไม่เยอะ เพราะรพ.ที่ขอติดตั้งก็มีขนาด 20-40 ชั้น จึงคิดว่าไม่ได้แพง อย่างไรก็ตาม แต่ละตึกมีลักษณะกายภาพไม่เหมือนกัน ก็ต้องมีการ customize ตัวระบบที่แตกต่างกัน เพื่อจะไปยึดกับตัวโครงสร้าง ดังนั้น จึงมองว่าด้วยความที่เป็น Technical จึงไม่ได้แพงกับงบประมาณที่จะดำเนินการ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าหลังจากนี้ฝ่ายบริหารกทม.จะยื่นเสนอของบกลับไปอีกครั้ง มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่สภากทม.จะอนุมัติงบ น.ส.ภัทราภรณ์ เผยทราบว่าผู้ว่าฯกทม.ได้ให้สัมภาษณ์ว่าในปี 2569 จะเสนอกลับเข้ามาอีก ซึ่งตนเองเห็นด้วยและคิดว่าเป็นไปได้
เนื่องจากตอนแรกมีการเสนอเข้ามา แต่มีความสับสนในเรื่องของรายละเอียด ขณะนี้ได้มีการชี้แจงแล้ว แต่ก็อยากให้สมาชิกสภาฯเปิดใจรับฟัง และทำความเข้าในรายละเอียด เพราะเซ็นเซอร์ติดตั้งตัวนี้ไม่ใช่ตัวเตือนภัย แต่เป็นตัวประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างเมื่อวัดแรงสั่นสะเทือนแล้ว
“จะทำให้ประเมินได้ว่าโครงสร้างแข็งแรงปลอดภัย ปัจจุบันเหมือนเราตาบอด เพราะเราไม่มีข้อมูล และตนก็เห็นด้วยที่ครั้งหน้าจะเสนอให้ติดตั้งครบทั้ง 11 โรงพยาบาลของสังกัดกทม. หรือหากเป็นเรื่องด่วนผู้ว่าฯกทม.สามารถใช้งบกลางซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าฯกทม.ได้” น.ส.ภัทราภรณ์ ระบุ.






