ยังคงสร้างความหวั่นใจให้กับหลายคนไม่น้อย สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำเอาเกิดผลกระทบหลายอย่างให้กับคนไทยไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือนางเอกสาว “เบ็คกี้ รีเบคก้า” ที่หวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้มีอาการแพนิค

ล่าสุด เบ็คกี้ ได้เดินทางมาร่วมงาน “GALA PREMIERE 4 ป่าช้า” รวมถึงเล่าย้อนเหตุการณ์วันแผ่นดินไหว พร้อมทั้งความรู้สึกในการจัดงานแฟนมีตที่เมืองไทยครั้งแรก โดยเธอเผยว่า

“สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา วันนั้นอยู่บ้าน ก็คือกำลังกินข้าวเตรียมที่จะออกไปงานเซ็นทรัลเวิลด์ ก็อยู่บ้านดูทีวี อยู่ดีๆ ก็โทรทัศน์สั่น เราก็รู้สึกแล้วว่ามันแปลกๆ เพราะว่าตึกมันสั่น ก็รู้เลยว่าเป็นแผ่นดินไหว เพราะว่าเบ็คมีประสบการณ์ตอนอยู่ที่นิวซีแลนด์ เพราะว่าที่นั่นแผ่นดินไหวบ่อยมาก แต่ก็ต้องเรียกว่าไม่มีสติเลย เพราะพยายามเรียกหาทุกคนที่อยู่บ้าน แล้วก็ไปหลบอยู่ใต้โต๊ะ เราอยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาที คิดว่ามันไม่เวิร์กเพราะตึกมันไม่หยุดสั่น ก็เลยลงไปข้างล่าง ไปอยู่ข้างนอกที่ไม่ได้อยู่ที่ตึก คืออยู่ข้างนอกประมาณ 4-5 ชั่วโมงเลย คืออยู่นานมาก ไม่กล้ากลับเข้าไป แต่พอกลับเข้าไปก็เจอรอยร้าวนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็รู้สึกว่าโอเค อย่างน้อยทุกคนก็ปลอดภัย แต่ว่าเสียใจกับทุกคนที่ต้องเจอเหตุการณ์นี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เบ็ครู้สึกว่าร้ายแรงกว่าที่นิวซีแลนด์ แต่อย่างน้อยที่นี่อาฟเตอร์ช็อกมันยังเบากว่า เพราะที่นู่นอาฟเตอร์ช็อกหนักมากๆ ซึ่งหนูก็ไม่ชินกลัวมาก แล้วก็แพนิคแต่ก็พยายามตั้งสติ คือเราก็ต้องคุมสติให้ได้มากที่สุด หนูอยู่สูงรู้สึกว่ามันน่ากลัว หนูก็วิ่งลงบันไดลงมา แล้วตอนนั้นมีน้องหมาสองตัว ถามว่าทุกวันนี้ยังมีอาการแพนิคไหม คือเมื่อสองวันที่แล้ว หนูเห็นข่าวนี้แล้วทางตึกก็บอกว่าอยากให้ลงมา ก็รีบเตรียมของ กระเป๋า ของใช้ คือเตรียมให้พร้อม ซึ่งเป็นแฟนๆแนะนำว่าให้วางขวดน้ำแล้วถ้ามันสั่นก็คือมันสั่นจริงๆ เราไม่ได้รู้สึกไปเองเราต้องตั้งสติให้มากจริงๆ คือทุกวันนี้ต้องเช็กทุกอย่าง คือตอนนี้ก็ยังรู้สึกโอเค พอเราผ่านช่วงนั้นไปแล้วแต่ก็ต้องระวังตัว เพราะว่าเหมือนทางโน้นก็ยังไม่ได้หยุดขนาดนั้น แล้วก็อยากให้เราทุกคนระวังตัวเหมือนกัน อย่างที่เกิดแผ่นดินไหวก็มีการแคนเซิลงานไปเลย จริงๆ ก็สงสารแฟนๆ มาก เพราะแฟนๆ หลายคนบินมาจากต่างประเทศ เดินทางมาไกล มารอตั้งแต่เช้า เพื่อมาเจอเราในวันนั้น คือเหมือนเราไม่ได้รวมพลกันมานานมาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รวม แต่ก็รู้สึกว่าดีแล้วค่ะเพราะจะได้ปลอดภัย ถ้าเกิดเหตุที่นั่นก็น่าจะรุนแรงกว่านั้นอีก ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้รู้ซึ้งถึงการใช้ชีวิต มันก็จริงนะ แต่จริงๆ ก็เป็นคนคิดแบบนี้มาสักพักแล้ว ว่าทำทุกวันให้เต็มที่ อยากพูดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ ชีวิตมันสั้นจริงๆ ก็อยากให้กำลังใจกับทุกคน อยากจะบอกว่า เดี๋ยวเราจะผ่านไปด้วยกันนะ ถ้ามีแพนิคหรือว่ากลัวไม่เป็นไรเลย เพราะว่ามันเป็นปกติของทุกคนที่จะเป็นแบบนี้ แต่หนูเชื่อว่ามันจะดีขึ้น เราต้องตั้งสติเยอะๆ และพยายามเตรียมตัวให้ดีที่สุด ขอให้ทุกคนปลอดภัย ซึ่งวันนั้นเราก็ทักไปหา “พี่ฟรีน สโรชา” ว่าโอเคไหม ซึ่งพอเราได้สติ เราปลอดภัยแล้ว เราก็เริ่มเช็กหาเพื่อนๆ พี่ฟรีนโอเคไหม พี่เขาก็บอกว่าโอเค พี่นึกว่าเวียนหัวไม่ได้กินข้าว แล้วเหมือนวันนั้นพี่เขาอยู่คาเฟ่ ก็น่าจะไม่ได้อยู่ตึกสูงมาก พี่เขาก็น่าจะมีแพนิคนิดนึง แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรโชคดีมากๆ เลย

ส่วนแฟนมีตที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นที่ไทยก็ดีค่ะ รู้สึกว่าไปได้ดีมากๆ ตอนแรกแอบเป็นห่วงอินเตอร์แฟน เพราะมันเป็นเพลงยุคเก่าๆ หน่อย ซึ่งหนูก็ยังไม่รู้จักเลย แต่เพลงเพราะมากเลยนะ หนูก็รู้สึกว่าโอเคสนุก และรู้สึกว่าทุกคนก็สนุก ก็แฮปปี้แล้วค่ะ”





