เรียกได้ว่าเป็นอีกสาวสวยที่หลายคนยกให้เป็นไอดอลในเรื่องหุ่นแซ่บและสุขภาพที่ดี สำหรับ “ยิปซี คีรติ” นักแสดงชื่อดัง ที่เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของการดูแลหุ่นให้ฟิต เฟิร์ม ตลอดเวลา ซึ่งล่าสุด สาวยิปซี ได้เปิดใจแบบหมดเปลือก ในรายการ Prime Cast ในช่องยูทูบ Alive dot โดยเผยเรื่องราวชีวิตที่เคยเป็นคนที่เข้มงวดกับตัวเองมากเรื่องการดูแลหุ่นให้สวยเพอร์เฟกต์อยู่เสมอ จนส่งผลให้ฮอร์โมนร่างกายผิดปกติประจำเดือนขาดหายถึง 1 ปี และเป็น PMDD ขั้นรุนแรงถึงขนาดเคยทำร้ายตัวเองและสามีชาวต่างชาติ ซึ่งเธอเผยว่า

“ถ้าเรื่องสุขภาพมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่อยู่ในยิมเยอะไปหน่อย จะมีช่วงที่บ้าเข้ายิม แล้วตอนนั้นโพสต์อินสตาแกรม ก็มีแต่รูปในยิม จนคนเข้าใจผิดว่าเราใช้ชีวิตอยู่ในยิม 7 วัน 24 ชั่วโมง จริง ๆ อยู่ยิมวันละชั่วโมง ไม่ได้อยู่ทั้งวันอย่างที่เขาคิด การดูแลตัวเองนอกจากการออกกำลังกายแล้ว ส่วนใหญ่ก็กิน แบบที่กินโอเค ค่อนข้างเลือกแบบ Healthy แต่ไม่ได้กินคลีนนะ แต่จะเลือกอาหารที่คิดว่าดีกับเรา ไม่ค่อยกิน Processed Food เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก เป็นแบบกินได้ทุกร้าน แต่ถ้าเลือกได้ก็จะเลือกของที่ดีกว่า กินพอให้รู้สึกว่าได้กินแล้ว ไม่ต้องตบะแตกทีหลัง ก่อนจะมาถึงจุดนี้ ก็ผ่านจุดที่ไม่ balance มาก่อน ผ่านมาเยอะ ผิดพลาดมาตลอด จนเจอวิถีชีวิตที่เราแฮปปี้และทำไปได้ตลอด ช่วงตอนเด็กๆ เลย ก็เคยงดแป้งหมดเลย ตอนถ่ายละครมีคนทักว่าอ้วนขึ้น กดดันทางการงาน งดแป้ง ไม่กินข้าว กินแต่กับข้าว ไข่ต้ม ผลไม้ สุดท้ายเป็นลมด้วย และเป็นโยโย่ด้วย เพราะว่าทนไม่ไหว หิว ช่วงยุคหลังมาก็กินคลีนจริงจัง พยายามทำอาหารคลีนเอง หรือซื้ออาหารคลีนมากิน ไม่กินอาหารปกติเลย เวลาไปกองถ่ายก็พกข้าวกล่องคลีนไปเอง แล้วเวลาไปเจอเพื่อนก็ไม่กินข้าวกับเพื่อน กินมาจากบ้าน สั่งแต่น้ำ นั่งคุยเฉย ๆ เลยรู้สึกว่าชีวิตแบบนั้นมันเครียดเกินไปที่จะทำ ไม่มีความสุข ทำให้เพื่อนหรือคนรอบข้างเรา ไม่ว่าจะเป็นแฟนหรือครอบครัวไม่มีความสุขไปด้วย เราก็เลยปรับ ถามว่าคนมองว่าเราเป็นไอดอลด้านหุ่น สุขภาพ ถ้าวันหนึ่งเราจะกินเละเทะ หรืออ้วนขึ้น เราจะโดนคนมองหรือเปล่า มันก็มีส่วน แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นโจทย์ของตัวเอง ว่าเราจะให้คำๆ นั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาว่าเป็นไอดอลทางด้านออกกำลังกายมามัดตัวเรามากแค่ไหน ถ้าเกิดว่าเรายอมรับได้ว่าจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไปหรือวิถีการกินที่เปลี่ยนไป ถ้าวันนั้นรู้สึกว่า ก็ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้แล้ว แค่อยากเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ Enjoy Life เราก็สามารถทำได้นะ ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นจะมองยังไง

แล้วช่วงที่กินอาหารแปลกๆ ประจำเดือนก็หายไปเลยปีกว่า ในตอนที่เราคลีนจัดๆ เข้มงวดกับอาหารมากๆ ออกกำลังกายแบบถาโถม ทั้งเวตและคาดิโอ ต่อยมวย คือทำทุกอย่าง ตอนนั้นก็คิดแค่ว่า กินน้อย แคลน้อย ออกกำลังกายเยอะเท่ากับผอม ซึ่งผอมไหมก็ไม่รู้แต่รู้ว่าสุขภาพไม่ดี ผิวแห้ง เหมือนกับว่ามันจะเหี่ยวๆ ลง ซึ่งจริงๆ แล้วร่างกายเราต้องมีไขมันบ้าง ซึ่งการที่เราจะทำให้ประจำเดือนกลับมา ก็กลับมากินอาหารที่บาลานซ์ แคลถึง โภชนาการถึง ใช้เวลาอยู่ประมาณ 3 เดือนก็กลับมา ปกติแล้วเป็นคนที่ประจำเดือนมาค่อนข้างตรง แต่ช่วงที่เข้าอายุ 25 รู้สึกว่าเรามีอาการ PMS (Premenstrual Syndrome อาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน) ค่อนข้างรุนแรง มากกว่าคนทั่วไป แต่ตอนนั้นยังไม่ได้หนัก มาหนักมากๆ จริงๆ ตอนที่อายุ 30 ชีวิตเปลี่ยนเลย มารู้ตัวเองทีหลังว่าไม่ใช่ PMS แล้ว ได้เลื่อนขั้นเป็นแอดวานซ์ชื่อว่า PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder กลุ่มอาการอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือนที่มีอาการรุนแรง) เราป่วยทางด้านฮอร์โมนด้วยส่วนหนึ่ง และทางด้านจิตใจด้วยอีกส่วนหนึ่ง อาการแย่ลงแล้วรู้สึกว่ารุนแรงเพราะทุกๆ เดือนที่จะมีประจำเดือน เราจะมีอาการรู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วทุกครั้ง คือเมื่อก่อนเราอยู่คอนโดฯ ช่วงที่เรารู้สึกว่าอารมณ์มันหนักมาก บางทีก็โกรธมากๆ เศร้ามากๆ แล้วภายในช่วงเวลาแค่ 1 ชั่วโมง อารมณ์เราขึ้นๆ ลงๆ เหมือนพายุของเคมีฮอร์โมน เราควบคุมไม่ได้ รู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า แล้วมันทรมานหาสาเหตุไม่เจอ พอเพื่อนถาม แฟนถามว่ามันเกิดจากอะไร เราก็ไม่มีคำตอบให้เขา รู้สึกว่าไม่ปกติ แฟนคนนี้คือเห็นทุกอย่าง เวลาอยู่คอนโดฯ ก็จะดราม่ามาก เคยวิ่งไปในคอนโดฯ แล้วก็ร้องไห้ แล้วก็กรี๊ด วิ่งไปตามบันไดหนีไฟ คือเสียสติประมาณหนึ่งเลย เคยจำได้ว่าขับรถอยู่แล้วก็เป็นแบบนี้ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แล้วก็ขับรถไปชนคันข้างหน้า ตอนนั้นก็รู้สึกว่าอันตรายแล้วต้องทำอะไรกับตัวเองสักอย่าง ส่งผลเสียต่อการทำร้ายตัวเองและทำร้ายผู้อื่น พอเราหายก็รู้สึกผิดมากๆ พอผ่านช่วงนั้นมา ก็ไปหาหมอ แล้วก็โชคดีมากที่แฟนให้เราจดบันทึกประจำวันดูสิ ว่ามีอาการอะไรบ้าง พอมานั่งดูก็เห็นอะไรบางอย่าง ทุกเดือนช่วงเวลานี้ก่อนมีประจำเดือน เป็นแบบนี้อีกแล้ว เป็นประสาทอีกแล้ว ก็เลยทำให้เราเห็นว่ามันเป็นแพทเทิร์น ก็เลยนัดหมอแล้วก็เข้าไปคุย พบหมอสูตินรีเวช แล้วก็เอาบันทึกไปให้หมอดูด้วย คุณหมอก็บอกว่าคุณเป็น PMDD นะ เกิดจากฮอร์โมนของผู้หญิงที่มันสวิงมากๆ บางทีอาจจะอยู่ในค่าที่ไม่ปกติ คุณหมอก็บอกว่าต้องใช้ยาคุมเพื่อใช้ควบคุมระดับเอสโตรเจนให้มันค่อนข้างเสถียรขึ้น และอีกด้านหนึ่งด้านจิตเวช ต้องรักษา 2 ขาด้วยกัน เพราะเรามีประวัติเป็นภาวะซึมเศร้าอยู่แล้ว แต่ว่าไม่เคยรักษาอย่างถูกต้อง

ซึ่งเราเป็นซึมเศร้าตั้งแต่ประมาณ 19-20 เป็นจากจิตปรุงแต่ง เรามีปมเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวตั้งแต่เด็ก เคยอิจฉาน้องสาว แล้วเราก็ไม่สื่อสารกับที่บ้าน มันก็เป็นปัญหาที่ไม่เคยถูกแก้ จนลากยาวมาเกือบ 30 ปี เพิ่งมาแก้เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วเองในเรื่องนี้ ส่วนคนรอบตัวที่รับมือทุกอย่างเลยก็คือแฟนเป็นหลักค่ะ เคยมีช่วงที่เราหลุดจากการทำร้ายตัวเองไปทำร้ายคนอื่น มีอยู่ครั้งหนึ่งเหมือนเราทะเลาะกัน ช่วงนั้นชีวิตค่อนข้างตึงเครียดมากๆ วันนั้นทะเลาะกันรุนแรง มีการผลักกัน เราก็เหมือนไปจิกหน้าเขา จนเลือดไหลเป็นรอยเล็บเรา แล้วตอนที่ทำไม่ใช่ไม่รู้ตัวแต่ควบคุมไม่ได้ หยุดไม่ได้ เต็มไปด้วยความโกรธที่มากเกินคนปกติ พอหายเราก็ขอโทษเขาเพราะรู้สึกผิดมากๆ มันอันตรายแล้วนะก็เลยรักษาอย่างจริงจัง ส่วนแฟนเขาก็ให้อภัย จับมือแล้วก็ผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน ตอนนี้ก็หายแล้ว แต่ไม่ได้หายกริบ ก็ทุเลาลงแล้วและก็อยู่กับมันได้”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ PrimeCast