เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการกพฐ.ได้ร่วมปล่อยขบวนคาราวานวิศวกรและช่างอาสา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กว่า 20 คัน เข้าพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างอาคารของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมกระจายทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ 6 จังหวัด ซึ่งจากการประเมินโรงเรียนทั่วประเทศเกือบ 3,000 โรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สพฐ.กฟผ. และมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา เพื่อสำรวจโรงเรียนกลุ่มที่สถานการณ์หนัก และปานกลาง ประมาณ 60 โรงเรียน

รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ได้กำชับให้ติดตามและมีความเป็นห่วง โดยส่วนหนึ่งเราได้พยายามประเมินตามแนวทางกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว แต่ด้วยความที่ประสบการณ์และจำนวนคนไม่เพียงพอ ก็ได้ความอนุเคราะห์จากกฟผ. และมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา ในการร่วมมือกันเบื้องต้นก่อน ซึ่งจะเป็นการประเมินโดยผู้มีประสบการณ์สูง แต่ละคนเป็นวิศวกรที่มีใบอนุญาตและดูแลงานโครงสร้างเป็น ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจเพิ่มขึ้น ก่อนจะมีการจัดสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5-6 เม.ย.2568 นี้

ด้านนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการกฟผ. ในฐานะประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนในหลายพื้นที่ของไทยได้รับความเสียหาย รวมทั้งโรงเรียนภายใต้ สังกัด สพฐ. ซึ่งเป็นช่วงการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 หากจัดการสอบล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อนักเรียนและผู้ปกครอง กฟผ. และมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา จึงได้จัดทีมวิศวกรและช่างอาสากว่า 200 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างและประเมินความเสียหายอาคารเรียนในสังกัด สพฐ. กว่า 60 โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย. 2568 เพื่อทำการฟื้นฟูอาคารต่อไป โดยแบ่งระดับความเสียหายของอาคารเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1 ไม่เสียหายหรือเสียหายเล็กน้อย ระดับ 2 เสียหายปานกลาง สามารถใช้งานอาคารได้บางส่วนหรือทั้งหมด และระดับ 3 เสียหายรุนแรง อาคารอาจพังถล่มได้ สำหรับทีมวิศวกรและช่างอาสาที่จะเข้าตรวจสอบอาคารโรงเรียนสังกัด สพฐ. ใช้วิธีการตรวจสอบแบบพินิจทางกายภาพ (Visual Inspection) และเครื่องมือตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ร่วมกับการ Checklist ตามจุดต่าง ๆ ของอาคาร เช่น เสา คาน ผิวผนังทั้งภายใน-ภายนอก กระจก ลิฟต์ สายไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า ฯลฯ

ทั้งนี้ โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่ได้รับความเสียหายและต้องได้รับการตรวจสอบโครงสร้างอาคารในเบื้องต้น ประกอบด้วย พื้นที่กรุงเทพมหานคร อาทิ โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, จังหวัดนนทบุรี อาทิ โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นนทบุรี โรงเรียนวัดลากค้อน, จังหวัดปทุมธานี อาทิ โรงเรียนลำสนุ่น โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม, จังหวัดสมุทรปราการ อาทิ โรงเรียนวิสุทธิกษัตรี โรงเรียนคลองมหาวงก์, จังหวัดสมุทรสาคร อาทิ โรงเรียนวัดบ้านไร่ โรงเรียนวัดธรรมเจดีย์ศรีพิพัฒน์ และจังหวัดนครปฐม อาทิ โรงเรียนวัดห้วยตะโก โรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์ เป็นต้น

ที่ผ่านมา กฟผ. และมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา ได้จัดอบรมแนวทางการตรวจสอบอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ให้กับทีมวิศวกรและช่างอาสา เตรียมพร้อมก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนในสังกัด สพฐ. เพื่อให้มีความเข้าใจ และสามารถตรวจสอบสภาพอาคารได้อย่างถูกต้อง