ควันหลงการเลือกตั้งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ยังถูกตั้งคำถามต่าง ๆ ตามมาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการวอล์คเอาต์จากหลายสมาคมกีฬา รวมถึงนายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ ที่ได้เดินออกจากการประชุม ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องทำให้นานาชาติให้ความสนใจไม่น้อยนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในวงการกีฬาไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ได้ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังจากได้รับข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส และการดำเนินการที่อาจไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
จึงได้ตัดสินใจส่งจดหมายถึงไอโอซี โดยร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้ และขอให้ ไอโอซี ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าผลการเลือกตั้งจะไม่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของวงการกีฬาไทยในเวทีโลก
“การเลือกตั้งครั้งนี้มีคู่แข่งเพียง 2 คน คือ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ และนายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ แม้จะมีการชิงตำแหน่งกันอย่างดุเดือด แต่กระบวนการเลือกตั้งกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งและการเมืองในวงการกีฬาไทย ซึ่งสะท้อนออกมาในการเดินออกจากการประชุมของสมาคมกีฬา 37 แห่ง ที่ได้แสดงความไม่พอใจต่อกระบวนการดังกล่าว
ในส่วนของประเด็นที่ถูกสอบถามจากไอโอซี ได้แก่ 1 การตัดสิทธิ์นักกีฬาโอลิมปิกจากการลงคะแนน : กระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ตัดสิทธิ์นักกีฬาโอลิมปิก ที่เคยเข้าร่วมการแข่งขัน แม้ว่าในระเบียบของคณะกรรมการโอลิมปิคฯ จะยังคงระบุให้นักกีฬาที่ดำรงตำแหน่งในสมาคมสามารถลงคะแนนได้
2 การเพิกเฉยต่อการคัดค้านจากสมาคมกีฬา : สมาคมกีฬาหลายแห่งได้คัดค้านกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของความโปร่งใส แต่ประธานการเลือกตั้งกลับไม่ให้ความสำคัญกับการคัดค้านเหล่านั้น
3 การไม่ยอมรับการเดินออกจากการประชุม : หลายสมาคมกีฬาได้เดินออกจากการประชุมเพื่อต่อต้านกระบวนการเลือกตั้ง แต่ประธานการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับว่าการเดินออกนั้นเป็นการประท้วงหรือการไม่เห็นด้วยกับกระบวนการ
4 การปฏิเสธคำขอให้ระงับการเลือกตั้ง : หลายสมาคมได้เรียกร้องให้ระงับการเลือกตั้งเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่คำขอดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง
พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า หากการสอบสวนของไอโอซี พบว่า กระบวนการเลือกตั้งนี้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ก็อาจส่งผลให้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ หรือถือเป็นโมฆะได้ ซึ่งจะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ



