เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่อาชญากรไซเบอร์ ทำให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นด้วย
การสร้างความตระหนักรู้ ในการใช้งานให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์สูงสุดเป็นสิ่งที่คนไทยต้องมีความรู้ ล่าสุด ทาง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ กูเกิล คลาวด์ (Google Cloud) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันภัยไซเบอร์ให้กับภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือนี้เป็นสิ่งที่ต่อยอดมาจากการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างรัฐบาลไทยและ Google เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลและเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมด้าน AI ของประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. ดีอี บอกว่า การสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการป้องกันการหลอกลวงทางออนไลน์เป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรและประชาชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โดย Google มีบทบาทเชิงรุกและให้ความร่วมมือกับไทยอย่างต่อเนื่องในการรักษาความปลอดภัยของประชาชนบนโลกออนไลน์

รวมถึงการนำฟีเจอร์ป้องกันกลโกงใหม่ใน Google Play Protect บนอุปกรณ์ Android มาใช้ ซึ่งการขยายความร่วมมือกับ Google โดย สกมช. จะทำงานร่วมกับ Google Cloud และใช้ความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมที่มีอยู่ เพื่อมุ่งพัฒนาโซลูชันแห่งอนาคตในระดับประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ด้าน พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ บอกว่า ความร่วมมือกับ Google Cloud จะช่วยขยายขีดความสามารถอีกขั้น เทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Google Cloud Cybershield จะมาเสริมประสิทธิภาพให้กับโซลูชันที่เรามีอยู่แล้ว ในขณะที่ Mandiant จะมาทำหน้าที่เป็นส่วนขยายของทีมผู้เชี่ยวชาญของเรา ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยรักษาความปลอดภัยบนโลกดิจิทัลให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน
โดยมียุทธศาสตร์ป้องกันภัยไซเบอร์แห่งชาติแบบบูรณาการ ทาง สกมช.มีแผนที่จะนำ Google Cloud Cybershield ซึ่งเป็นการผสานรวมระบบอัตโนมัติ ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และ AI เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อนำมาใช้ตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ในหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ สิ่งนี้จะช่วยให้ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ซึ่งเป็นศูนย์ป้องกันภัยไซเบอร์แห่งชาติของ สกมช. สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับหน่วยงานรัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ จะมีระบบรวบรวมข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการป้องกันภัยไซเบอร์ทั่วทั้งภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการที่ สกมช. จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล Google Threat Intelligence ที่ประกอบด้วยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เชิงลึกจาก Mandiant และฐานข้อมูลภัยคุกคามของ VirusTotal ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้รัฐบาลเข้าใจกลยุทธ์ เทคนิค และกระบวนการล่าสุด ที่อาชญากรไซเบอร์และผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐที่มุ่งเป้าโจมตีหน่วยงานภาครัฐ ได้ดียิ่งขึ้น
และที่ปรึกษาจาก Mandiant จะจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเฉพาะทางในด้านต่าง ๆ เช่น การตอบสนองต่อเหตุการณ์ นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล และการวิเคราะห์มัลแวร์ ให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการคัดเลือกจาก สกมช.
โดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะได้รับการพัฒนาทักษะให้สามารถตรวจจับ คัดแยก และตอบสนองต่อภัยคุกคามที่ซับซ้อนและสถานการณ์การโจมตีที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว เป็นการช่วยเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันไซเบอร์ในภาครัฐของประเทศไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคตไปในเวลาเดียวกัน

นอกเหนือจากการป้องกันภัยไซเบอร์ระดับชาติ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ให้กับผู้ใช้งานทั่วไปอีกด้วย ซึ่งทั้งสองหน่วยหน่วยงานวางแผนที่จะผสานรวม Google Cloud Web Risk เข้ากับกระบวนการทำงานของภาครัฐ เพื่อปกป้องประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยให้ปลอดภัยจากการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ และเว็บไซต์ที่หลอกลวงผู้ใช้ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
Web Risk APIs จะส่งมอบข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์เกี่ยวกับเว็บไซต์ที่มีมัลแวร์หรือแหล่งข้อมูลอันตรายอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเสริมศักยภาพของ สกมช. ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทำให้ทีมงานสามารถประเมินเว็บไซต์ที่มีจำนวนมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว รวมไปถึงช่วยบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ที่อันตรายได้ล่วงหน้า เตือนผู้ใช้เกี่ยวกับเว็บไซต์และลิงก์ที่ไม่ปลอดภัย และป้องกันการแพร่กระจายของเนื้อหาที่เป็นอันตราย
“Web Risk ใช้โมเดล AI ขั้นสูงชนิดเดียวกับที่ขับเคลื่อน Google Safe Browsing โดยโมเดลเหล่านี้จะประเมินเว็บไซต์และไฟล์มากกว่า 1 หมื่นล้านรายการทุกวันเพื่อระบุเว็บไซต์ที่ละเมิดนโยบายของ Safe Browsing และเพิ่มข้อมูลเหล่านั้นลงในคลังข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์และรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก ซึ่งสามารถช่วยปกป้องอุปกรณ์กว่า 5 พันล้านเครื่องภายในเวลาไม่กี่นาที”
ด้าน “อรรณพ ศิริติกุล” Country Director กูเกิลคลาว์ด ประเทศไทย บอกว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 67 เป็น 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 73 โดย เชื่อว่าเราสามารถเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างแนวป้องกันทางไซเบอร์ร่วมกันเพื่อปกป้องการเติบโตนี้ในอนาคต เราพร้อมที่จะทำงานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับกระทรวง ดีอี และ สกมช. และเดินหน้าสนับสนุนรัฐบาลทั่วโลกให้สามารถยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยมีจุดมุ่งหมายยกระดับปกป้องประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น!!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



