รู้หรือไม่? พฤติกรรมการกินบางอย่างที่เราทำเป็นประจำทุกวัน อาจเป็น “ตัวการร้าย” ที่ค่อย ๆ “ขโมย” แคลเซียมออกจากกระดูกของเราอย่างเงียบ ๆ หรือแม้แต่ทำให้การเสริมแคลเซียมที่ตั้งใจไว้ไม่ได้ผล! เมื่อแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายน้อยลง แต่กลับถูกขับออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ “โรคกระดูกพรุน” ก็จะมาเยือนโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว คุกคามสุขภาพกระดูกของเราในระยะยาว

หากไม่อยากให้กระดูกอ่อนแอ เปราะบาง เสี่ยงต่อการแตกหักง่าย ลองสำรวจ 3 พฤติกรรมที่เราควรระวังและหลีกเลี่ยง เพื่อรักษาแคลเซียมในกระดูกให้แข็งแรงไปนาน ๆ!

หยุด! 4 พฤติกรรมการกินที่ทำให้สูญเสียแคลเซียมในกระดูกที่เราอาจทำอยู่ทุกวัน!

  1. กินเค็มมากเกินไป

การกินเค็มมากเกินไป ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อไตเท่านั้น แต่ยังทำให้ “แคลเซียมไหลทิ้ง” ไปกับปัสสาวะด้วย! เมื่อไตพยายามขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ก็จะดึงแคลเซียมออกมาพร้อมกัน (ทุก ๆ โซเดียม 2,300 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่าเกลือ 6 กรัม ที่ถูกขับออกไป จะสูญเสียแคลเซียมถึง 40-60 มิลลิกรัม!)

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ลดปริมาณเกลือในอาหาร! ผู้ใหญ่ไม่ควรกินเกลือเกิน 6 กรัมต่อวัน ผู้สูงอายุควรกินไม่เกิน 5 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) และสำหรับผู้ป่วยกระดูกพรุน ยิ่งต้องควบคุมปริมาณเกลือเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง รมควัน และอาหารแปรรูปสูงที่มีโซเดียมแฝงอยู่ นอกจากนี้ ลองเปลี่ยนมาใช้เกลือโซเดียมต่ำ หรือเพิ่มการบริโภคโพแทสเซียมจากผักและผลไม้ เพื่อช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย

  1. กินโปรตีนมากเกินไป

การกิน “โปรตีนเยอะ” ไม่ได้แปลว่ากระดูกจะแข็งแรงเสมอไป โปรตีนมีความสำคัญต่อการสร้างและซ่อมแซมเซลล์กระดูก แต่การบริโภคมากไป โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์ จะทำให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนที่มีกำมะถันมากเกินไป ซึ่งจะ “เร่ง” การสูญเสียแคลเซียมออกจากกระดูก!

ควรกินโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม! สำหรับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี ควรได้รับโปรตีนประมาณ 65 กรัมต่อวัน ส่วนผู้หญิงประมาณ 55 กรัมต่อวัน (หรือคำนวณตามน้ำหนักตัว 0.8-1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) และที่สำคัญคือ “สมดุล” ระหว่างโปรตีนจากพืชและสัตว์ ลองนำ “กฎ 1234” ไปปรับใช้

1: ไข่วันละ 1 ฟอง (หากกังวลเรื่องคอเลสเตอรอล สามารถทานเฉพาะไข่ขาว 2-3 ฟอง) แนะนำไข่ต้ม
2: นมวันละ 2 แก้ว (แก้วละ 200 มิลลิลิตร) หากแพ้แลคโตส ดื่มโยเกิร์ต 2-4 ถ้วย (ถ้วยละ 80 มิลลิลิตร) แทนได้
3: เนื้อสัตว์ไม่ติดมันวันละ 180 กรัม เลือกทานปลา กุ้ง เนื้อสัตว์ และสัตว์ปีก
4: ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง 40 กรัมต่อวัน เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือเต้าหู้แผ่น

  1. ดื่มกาแฟเข้ม ชาแก่ ทำกระดูกพรุนไม่รู้ตัว

“กาเฟอีน” และ “ธีโอฟิลลีน” ใน “กาแฟเข้ม” หรือ “ชาแก่” ไม่เพียงแต่ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม หากดื่มในปริมาณมากเป็นเวลานาน จะนำไปสู่การสูญเสียแคลเซียมในที่สุด!

นอกจากนี้ กาเฟอีน และ ธีโอฟิลลีน ยังมีฤทธิ์ “ขับปัสสาวะ” ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงแคลเซียมไปกับปัสสาวะมากขึ้น

คำแนะนำจากแพทย์: ไม่ควรดื่มกาแฟหรือชามากเกินไป สำหรับผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวที่มีสุขภาพดี ควรดื่มไม่เกิน 3-5 แก้วต่อวัน โดยแต่ละแก้วไม่เกิน 150 มิลลิลิตร หากอยากดื่มแต่กังวลเรื่องแคลเซียม ลองเติมนมในกาแฟ หรือเลือกดื่มชาอ่อน ๆ แทนการดื่มชาแก่ในปริมาณมาก

  1. กินอาหารที่ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม

หลายคนตั้งใจเสริมแคลเซียม แต่กลับ “พลาด” เพราะพฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง! ของกินที่มี “ใยอาหารสูง” เช่น ข้าวโอ๊ตและขึ้นฉ่าย จะเร่งการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ทำให้แคลเซียมอยู่ในลำไส้ในระยะเวลาที่สั้นลง ส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง นอกจากนี้ อาหารที่มี “ออกซาเลต” สูง เช่น ผักโขมและบีทรูท จะจับตัวกับแคลเซียม เกิดเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง

คำแนะนำจากนักโภชนาการ: หากกินอาหารที่มีแคลเซียม ควรหลีกเลี่ยงของกินที่มีใยอาหารสูง และอาหารที่มีออกซาเลตสูงพร้อมกัน หากจำเป็นต้องทาน ควรเว้นช่วงเวลาในการทาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดูดซึมแคลเซียม

อย่าปล่อยให้พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน มา “กัดกร่อน” กระดูกของคุณ! ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อย สามารถช่วยรักษาแคลเซียมในกระดูกให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนได้ในระยะยาว เริ่มดูแลกระดูกของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต!

ที่มาและภาพ : Sohu, Freepik