เมื่อวันที่ 7 เม.ย. มีรายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร  ได้กำชับไปที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ให้โหวตรับหลักการ ในวาระแรกของ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระแรก วันที่ 9 เม.ย. หากพบว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนแตกแถว จะพิจารณาให้ออกจากรัฐบาลทันที

พรรคที่น่าจะแตกแถวคือประชาชาติ ที่ สส.มุสลิมไม่สนับสนุนการพนัน เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ต่อ ครม. และประธานวิปรัฐบาล พร้อมกับโพสต์หนังสือของ พ.ต.อ.ทวี ที่แจ้งต่อเลขาธิการ ครม. เมื่อวันที่ 13 ม.ค. เป็นข้อสังเกตต่อกฎหมาย อาทิ ข้อกังวลเรื่องอาชญากรรม เพราะจะมีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศจำนวนมาก, ผลกระทบต่อเด็ก และเยาวชน, อาจทำให้เกิดการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ, จะเกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่ จึงเห็นควรให้ไปศึกษาเพิ่มเติมว่าจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. พ.ต.อ.ทวี ยังได้ทำหนังสือถึง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ว่า  กระทรวงยุติธรรมได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการ ครม. ความว่าสถานบันเทิงครบวงจร อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กหรือเยาวชน ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศในเรื่องนโยบายทางการศึกษา ที่เคยมุ่งเน้นให้เยาวชนเป็นผู้ที่มีศีลธรรมอันดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด อบายมุข ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ หลักการศาสนาอิสลามหรือศาสนาอื่น  กระทรวงยุติธรรมได้พิจารณาแล้ว เห็นควรให้ความสำคัญกับหลักการที่ต้องห้ามอย่างชัดเจนในด้านศาสนาและวัฒนธรรม

จึงเห็นควรให้ร่าง พ.ร.บ.มีบทบัญญัติที่คำนึงถึงหลักการดังกล่าวด้วย โดยอาจเพิ่มเติมในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับขอบเขตพื้นที่การบังคับใช้กฎหมายหรือการเพิ่มข้อพิจารณาด้านศาสนา และวัฒนธรรมของประชาชนในท้องที่ ที่จะกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุญาต ภายใต้นโยบายสถานบันเทิงครบวงจร  

“เลขาฯ บอย” นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวว่านายใหญ่พรรคเพื่อไทยสั่งพรรคร่วมห้ามแตกแถวโหวตกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ว่า การพูดเช่นนี้ใครก็พูดลอยๆ ได้  ใครก็บอกได้ว่าเป็นแหล่งข่าว แต่ความเสียหายเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย  ขอถามว่ามีหลักฐานอะไร  ไม่มีความเป็นธรรมให้พวกตนในฐานะพรรคการเมือง เมื่อมีข่าวออกมา พวกตนก็ต้องมานั่งแก้ข่าวกัน  คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ห้ามไม่ได้  พวกตนเสียหาย แล้วใครรับผิดชอบ  ช่วยหาตัวแหล่งข่าวที่ว่าให้ด้วย

ที่พรรคประชาชาติ (ปช.) กังวล เพราะเขามีฐานเสียงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  สมาชิกในพรรคนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แต่สามารถทำความเข้าใจกันได้ ทั้งนี้ ในวิปรัฐบาลได้พูดคุยกันแล้ว  ขออย่าเอานายทักษิณเข้ามาเกี่ยว  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาพูดคุยแล้ว

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ให้ความเห็นกรณีที่ประชุมราชบัณฑิตยสภาและภาคีสมาชิกเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา  มีมติต่อรายงานการประเมินและพัฒนานโยบายสาธารณะกรณีร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. จัดทำโดย นายวรเดช  จันทรศร ราชบัณฑิต โดยให้ยุติการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร  แกนนำพรรค ทสท.กล่าวว่า  ตั้งแต่รับราชการมา 27 ปี กับการทำงานการเมืองมากว่า 20 ปี ไม่เคยเห็นราชบัณฑิตยสภามีมติเสนอแนะนายกฯ และ ครม.ให้ยุตินโยบายสาธารณะของรัฐบาลมาก่อน

“ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ที่สำคัญ ราชบัณฑิตยสภาถือได้ว่ามีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่มีอคติในทางหนึ่งทางใด  มุ่งประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง  ในทางปฏิบัติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจะมีหนังสือนำส่งมติดังกล่าวให้นายกฯ และ ครม. แต่จะรับฟังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะของแต่ละคน  ขอให้นายกฯ ครม. สส. สว. นำไปเป็นข้อมูลในการไตร่ตรองการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้รอบคอบ”

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 8 เม.ย.นี้ ตนจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุม เพื่อขอให้วุฒิสภาพิจารณาการทำประชามติต่อประเด็นสถานบันเทิงครบวงจร ที่รวมถึงมีกาสิโน  ซึ่งเรื่องนี้กระทบต่อสังคม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สามารถตั้งเรื่อง ทำประชามติได้ เพื่อลดความขัดแย้ง

“เรื่องนี้ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เสนอเป็นนโยบายและใช้หาเสียงกับประชาชน  ดังนั้นหากจะทำตอนนี้ ถือว่าไม่มีความชอบธรรม เนื่องจากประชาชนไม่ได้เลือกคุณเข้ามาเพราะนโยบายนี้  รัฐบาลต้องยุติความขัดแย้งต่างๆ ม็อบต่างๆ แต่หากอยากจะทำ ต้องถามต่อว่าความชอบธรรมอยู่ตรงไหน ทำไมไม่ให้ประชาชนทั่วประเทศได้ตัดสิน หากรัฐบาลดึงดัน จะเกิดความสุ่มเสี่ยง หากใช้เสียงข้างมากในสภา อาจนำไปสู่วิกฤติทางการเมือง จากม็อบและคล้ายกับเหตุการณ์เกิดม็อบ กปปส. ที่มาจากการต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยได้”

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุถึงข่าวว่า “อดีตนายกฯแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร ออกมาขู่พรรคร่วมรัฐบาล หากไม่โหวตให้ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … จะถูกขับพ้นจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล  “หวังว่าข่าวนี้จะไม่เป็นจริง หากทักษิณสั่งได้ และพรรคการเมืองทำตาม หมายถึงทักษิณสามารถครอบงำพรรคการเมือง มีโทษถึงยุบพรรค และคนสั่งมีโทษทางอาญา ตามมาตรา 28 และ 29 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง หากเป็นจริง คาดว่า ท่านคงจากประเทศไทยไปนาน  ไม่รู้บ้านเมืองเขามีกฎหมายใหม่ตั้งแต่ปี 2560  มิฉะนั้นคงไม่มีการสั่งการโดยหลงว่าตัวเองเป็นผู้มีอำนาจแบบนี้”

ในการประชุมสภา วาระที่พิจารณาต่อจาก พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร คือเรื่องนิรโทษกรรม “แด๊ก” ธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ทั้ง 4 ฉบับ โดยตนและ สส.พรรค รทสช. ทั้ง 36 คน พร้อมให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ที่นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร กับคณะ รทสช.เป็นผู้เสนออย่างเต็มที่ 

ร่างของพรรคพิจารณาจากคดีทางการเมืองที่มีโทษไม่รุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต และพิจารณาให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายการเมือง ไม่เลือกปฏิบัติ และต้องไม่รวมคดีการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมั่นใจว่าร่างกฎหมายดังกล่าวของพรรคจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ทางการเมืองทำให้ประเทศชาติเกิดสันติสุขได้จริง  กฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองจะต้องไม่มีการล้างผิดยกโทษให้ผู้ที่กระทำความผิดคดีตาม ป.อาญา ม.112 ตามที่มีบางพรรคการเมืองเสนอเข้ามา.

“ทีมข่าวการเมือง”