จากกรณีในรายการโหนกระแส ที่ดำเนินรายการโดยพิธีกรอย่าง “หนุ่ม กรรชัย” พูดคุยกรณี “กัน จอมพลัง” ที่รับเรื่องร้องเรียนจาก คะน้า ริญญารัตน์ ดาราสาว เดินทางมาเปิดเผยพฤติกรรมของชายรายหนึ่ง ที่อ้างตัวเป็นผู้มีตำแหน่งสูงในแวดวงราชการ หลอกคบหากับดาราสาว โดยแสดงตัวว่าเป็นคนใกล้ชิดเบื้องสูง มีรถนำขบวน ผู้ติดตามในชุดข้าราชการ และเคยนำทองคำหนัก 50 บาท รวมถึงแหวนเพชรมามอบให้ ซึ่งต่อมาพบว่าทองอาจเป็นของปลอม ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใน รายการโหนกระแส ซึ่งมีผู้ดำเนินรายการ “กรรชัย กำเนิดพลอย” และแขกรับเชิญในรายการ “กัน จอมพลัง”, ทนายแก้ว “ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล”, “คะน้า ริญญารัตน์” ดาราสาว รวมทั้ง “อัพ พชรพรรษ์” ซึ่งเป็นนายจ้างเก่า พร้อม “เอ” เพื่อนสนิทภรรยาของนายฮอต ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงประเด็นถูก “ท่านทิพย์” โลก 2 ใบ หลอกคบ มิหนำซ้ำยังแอบอ้างและใกล้ชิดกับคนใหญ่คนโต

โดย “อัพ พชรพรรษ์” หรืออดีตนายจ้างของ “ท่านทิพย์” เล่าว่า “เดิมใช้เครือข่ายยุวทัศน์กรุงเทพมหานคร เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่จะทำงานเรื่องของการผลักดันนโยบายการปฏิรูปใหม่ของการศึกษา รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ปัจจุบันไม่ได้มีเครือข่ายนี้แล้ว ซึ่งเราแปรสภาพเป็นสถาบัน โดยจะเป็นเชิงนโยบายและวิชาการ ซึ่งสิ่งที่จะเจอเป็นเรื่องปกติ คือ การทำงานร่วมกับภาคการเมืองและข้าราชการ เพราะงบประมาณส่วนหนึ่ง เราก็ได้การสนับสนุนจากภาครัฐ โดยตนได้แต่งตั้ง “นายฮอต” เป็นรองประธานในเดือนพฤษภาคม ปี 2557 และตนก็เป็นคนปลดนายฮอตออกจากตำแหน่งในเดือนตุลาคม ปี 2557 เช่นเดียวกัน”
“หากถ้าพูดให้เข้าใจง่าย คือ เราอยากได้คนที่มาทำงาน มีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่ดี ซึ่งตนได้รับข่าวสารแบบเดียวกับ “คุณคะน้า” ประมาณว่า “เขามีความร่วมมือที่ดีกับคนนั้นคนนี้” และอ้างอีกว่าเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง แต่ตนพบความพยายามอยู่ 3 เรื่องคือ อย่างแรกพยายามเบิกจ่ายเงินออกไป โดยไม่ให้เหตุผลว่านำเงินไปทำอะไร แต่เจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องไม่เซ็นต่อให้รวมถึงตน เนื่องจากมีความผิดปกติ ตนจึงทำการถอนอนุมัติไว้เลยทำให้นายฮอตไม่พอใจ”

อีกทั้ง “ความพยายามที่ 2 มีผู้เสียหายระดับผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายแห่ง คือ นายฮอตเอาชื่อสถาบันไปแอบอ้าง จนกระทั่งมีข่าวปี พ.ศ. 2559 กองบังคับการปราบปรามมาเรียกตน เนื่องจากท่านทิพย์ได้มีการแอบอ้างใช้ชื่อ “รองประธาน” ไปเรียกเงินจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อไปช่วยเหตุการณ์แผ่นดินไหว จังหวัดเชียงราย จึงทำให้ตนตั้งแถลงกับกองบังคับการปราบปรามว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนคิดว่าไม่เป็นธรรมสำหรับตน การที่ “นายฮอต” ออกไปแอบอ้าง แน่นอนว่าไม่ได้เสียหายแค่หน่วยงาน แต่คนที่ทำงานกับตนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตมันจะจบลง เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ถูกต้อง แต่ในขณะนั้นคนที่แจ้งความเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากที่เขาเอาตำแหน่งรองประธาน ไปแอบอ้างว่ารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคชื่อดัง โดยหลอกเงินประมาณ 400,000 บาท”

ต่อมา ทางด้านดาราสาวอย่าง “คะน้า ริญญารัตน์” ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่มีผู้หวังดีออกมาบอกว่า ชายคนดังกล่าวมีโลก 2 ใบ พร้อมเล่าว่า “ชายคนดังกล่าวมีโลก 2 ใบนั้น โดยภรรยาของชายดังกล่าวเป็น “หมอ” ซึ่งตนนั้นได้คุยกับคุณหมอ และหมอบอกว่าอยากจะพบตน แต่ตนนั้นไม่กล้าพบ ตนจึงได้ขอเบอร์เพื่อคุยกัน ซึ่งคุณหมอก็เล่าว่าเสียหายอะไรบ้าง และอยากได้ของที่นายฮอตให้ “คะน้า” เพื่ออยากได้ของคืนบางส่วน โดยเงินนี้ตนคิดว่าน่าจะไปหลอกจากคุณหมอมา จึงทำให้ตนบอกไปว่า ขอไปเช็กทองและแหวนก่อนว่าจริงหรือปลอม?”
อีกทั้ง “เอ” เพื่อนสนิทภรรยาของนายฮอต ได้เล่าต่ออีกว่า “ตั้งแต่นายฮอตเข้ามาในชีวิตเพื่อนของตน เพื่อนก็เลิกคบตนไปเลย เพราะว่าตนกับเพื่อนที่สนิทกัน ไปหาข้อมูลของผู้ชายคนดังกล่าวพบว่า “เป็นมิจฉาชีพ” กรณีของเพื่อนที่เป็นหมอ ก็เป็นกรณีเดียวกับ “คุณคะน้า” ที่เล่นแอปหาคู่ช่วงเลิกกับแฟน แล้วก็ไปเจอเว็บหนึ่ง ซึ่งเขาโพสต์ว่าเป็นคนรักสัตว์ และเมื่อก่อนมีกลุ่มไลน์ไว้คุยกัน ซึ่งเพื่อนได้นำรูปชายคนดังกล่าวให้เพื่อนรู้จัก ตนและเพื่อนจึงได้ถามชื่อจริง-นามสกุล อีกทั้งมีเพื่อนในกลุ่มตนมีลุงเป็นสารวัตร จึงได้ให้คุณลุงช่วยสืบประวัติคดีความ เนื่องจากชายดังกล่าว ได้มาอาศัยอยู่บ้านเพื่อนของตนแล้ว”
“จนกระทั่งเพื่อนในกลุ่มโทรฯ มาบอกว่า “ชายดังกล่าวเป็นมิจฉาชีพ” ซึ่งเปลี่ยนชื่อไปทั้งหมด 5 ครั้ง ก็เลยไปปรึกษากับคุณพ่อของคุณหมอ คุณพ่อของหมอขอบคุณและบอกจะจัดการเอง จนกระทั่ง 2 วัน คุณพ่อของหมอจึงให้ญาติที่ กทม. สืบว่าชายดังกล่าวอยู่บ้านหลังนั้นหรือไม่ จึงวางแผนให้คุณหมออกจากบ้าน และให้ชายคนดังกล่าวอยู่คลินิกคนเดียว หลังจากนั้น พ่อ ญาติ และตำรวจบุกจับทันที จากนั้นคุณพ่อของคุณหมอบอกกับชายคนดังกล่าวว่า “ออกไปจากชีวิตลูกสาว” กระทั่งชายคนดังกล่าวได้เข้าคุกอยู่ 2 วัน”
อีกทั้ง “เมื่อคุณหมอกลับมาถึง คุณพ่อและญาติได้ออกมาอธิบายถึงพฤติกรรมดังกล่าวให้คุณหมอฟัง แต่พอผ่านไป 2 วัน เพื่อนไปประกันตัวชายคนดังกล่าว ทำให้ทุกคนรู้สึกงงกับเหตุการณ์นี้ อีกทั้ง ชายคนดังกล่าวสัญญาว่าจะเเต่งงานกับคุณหมอ แต่ก็ต้องพีคอีกพีค คือ แต่งงานทิพย์ 3 ครั้ง นอกจากนี้ เมื่ออยู่ในบ้านจะมีพฤติกรรมไปหลังบ้าน ชอบคุยโทรศัพท์ซึ่งอ้างว่าคุยกับนาย พร้อมทั้งอ้างถึงเบื้องสูง และนักการเมืองชื่อดัง แต่สิ่งที่ทุกคนสงสัยว่าทำไมชายดังกล่าวไม่มีรถส่วนตัวนั้น โดยชายคนนี้อธิบายว่าต้องทำตัวให้สมถะที่สุด เนื่องจากชายคนดังกล่าวอ้างว่าเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ในการตั้งม็อบ จึงต้องนั่งวินเพราะกลัวโดนยิง”

อย่างไรก็ตาม ทางรายการโหนกระแสได้ติดต่อไปยัง “วิม รุ่งวัฒนจินดา” ซึ่งเป็นคณะทำงานนายกรัฐมนตรี โดยพูดถึงประเด็นที่นายฮอตแอบอ้างถึงนายกฯ พร้อมชี้แจงว่า “ท่านนายกฯ ได้ทราบแล้วถึงประเด็น “นายฮอต” และไม่มีความเกี่ยวข้องด้วย แต่ส่วนแอปพลิเคชันไลน์นั้น ไม่ใช่ของท่านนายกฯ เบื้องต้นได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว และให้ทนายดำเนินการตามกฎหมาย หากตรวจสอบแล้วว่ากระทำความผิด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ต้องดูก่อนว่ามีความเสียหายต่อท่านนายกฯ หรือไม่ แต่ในส่วนของที่นายฮอตอ้างว่า พ่อสนิทกับอดีตท่านนายกฯ รวมถึงร่วมก่อตั้งพรรคเพื่อไทย อันนี้ไม่เป็นความจริงแน่นอน”
ขอบคุณข้อมูล : รายการโหนกระแส



