ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีกระแสข่าว “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร ส่งสัญญาณว่า ถ้าพรรคไหนไม่โหวตผ่านกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในการประชุมสภาวันที่ 9 เม.ย. จะต้องถูกขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกันก็มีเสียงค้านกฎหมายนี้จากภาคส่วนต่างๆ อย่างมาก เพราะเกรงผลกระทบจากกาสิโน และมองว่า กฎหมายยังศึกษาผลดีผลเสียไม่รอบด้าน มีความเร่งรีบบรรจุระเบียบวาระจนผิดสังเกต

ในที่สุด “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ก็แถลงว่า ได้หารือกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และมองวิกฤติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งเรื่องตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ที่ยังต้องดูแลเรื่องการเยียวยา เรื่องที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากไทย เรื่องอื่นๆ ก็คงจะรอได้ ต้องแก้ปัญหาวิกฤติก่อน
จึงต้องเลื่อนเรื่องกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไปก่อน และอาจต้องนำไปเข้าพิจารณาในสมัยประชุมหน้า เมื่อมีความไม่เข้าใจ เราต้องรับฟังความคิดเห็นมากขึ้น ตอนนี้ ภาพของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ถูกมองเป็นภาพของกาสิโน ซึ่งอันนั้นไม่ใช่ความตั้งใจของเราเลย เป็นสถานที่ที่เด็กๆ ก็เข้าไปได้ เราไม่ได้เน้นเรื่องกาสิโนเป็นหลักด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าความตั้งใจนี้ถูกเรียกว่ากาสิโนแทน เราต้องสื่อสารมากขึ้น และตนเองจะช่วยสื่อสารในเรื่องนี้ด้วย เรื่องข้อเสนอให้ทำประชามติก็จะรับฟังไว้ก่อน แต่จะคุยในคณะทำงานว่าจะทำอะไรได้บ้าง

“ไม่ได้ถอนนะคะ ไม่ได้ถอนเรื่องนี้ มันมีญัตติที่ด่วนกว่านี้ได้ อย่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นเรื่องที่เรามองเรื่องปากท้อง โอกาสการจ้างงาน การท่องเที่ยว เราไม่ได้มองในเรื่องของกาสิโน ฉะนั้นเรื่องทำความเข้าใจ พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้พูดเรื่องนี้เลยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะขับหรือไม่ขับ ไม่ใช่ ดิฉันในฐานะผู้นำรัฐบาลอยากให้พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความสบายใจ และพร้อมที่จะเห็นด้วย ด้วยความเต็มใจ เรื่องสมัยไหนหรือใครเคยเป็นอย่างไร ดิฉันไม่ทราบ แต่สมัยของดิฉันเองดิฉันอยากให้พรรคร่วมเต็มใจในการโหวตเห็นด้วย พร้อมจะไปด้วยกันอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์”
ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายกฯ ได้หันไปกล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมฯ พร้อมยกมือไหว้ จากนั้นนายกฯ เดินลงจากตึกบัญชาการ 1 ซึ่งระหว่างเดินนายกฯ ได้พูดคุยกับ “รมช.หนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง น.ส.แพทองธารกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “หัวจะปวด” นายจุลพันธ์ได้แต่อมยิ้ม

รมช.หนิม กล่าวว่า เราต้องชี้แจงกับประชาชนในประเด็นที่มีความสับสน เพราะยังมีอีกกลุ่มหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องของการพนัน กาสิโนอย่างเดียว ทั้งที่เป็นเรื่องของเม็ดเงินการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศ ประชามตินั้นดำเนินการลำบาก เพราะกฎหมายทำประชาพิจารณ์มาแล้ว 4 รอบ ไม่ใช่ไม่เคยทำอะไรเลย ก็ได้รับการยอมรับเฉลี่ย 80% ที่เห็นชอบ ไม่ใช่การพับเรื่องนี้ เปิดสมัยประชุมใหม่ก็คงมีการมาถกกัน หวังว่า ตอนนั้นการทำความเข้าใจคงจะอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ จะสื่อสารต่อไป
“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า นอกจากมีเรื่องเร่งด่วน ยังมีเรื่องความเห็นเกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ออกมามากขึ้นจากฝ่ายต่างๆ นายกฯ จึงบอกว่าหรือเรายังไปอธิบายให้คนเหล่านี้ไม่ดีพอ ในที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเอาเรื่องปากท้องของประชาชนมาก่อนดีกว่า เสียงหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเอกฉันท์ ให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องมาตรการภาษีขึ้นมาก่อน

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ในร่างนี้จะตัดกาสิโนออก นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่กฎหมายของกระทรวงมหาดไทย และมันผ่านจุดนั้นไปแล้ว ถ้าจะปรับปรุงอะไรใหม่ก็ต้องเสนอกลับมาใหม่ ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สภาแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไร นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า “มันผ่าน ครม.หรือยัง ผ่านหัวหน้าพรรคหรือยัง ผมนั่งอยู่ใน ครม. ซึ่งมันก็เป็นไปตามกระบวนการ ทุกคนก็ต้องเห็นพ้องต้องกันหมดก็ว่ากันไป”

สำหรับความเห็นต่างๆ เกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่น่าสนใจ อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ประชาชนในชนบทเชื่อว่าหากมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไปตั้งจะเกิดการพัฒนาได้ เข้าใจว่าในร่างกฎหมายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ในส่วนที่เกรงว่าจะติดการพนันนั้น กรมสุขภาพจิตจะมีบทบาทดำเนินการดูแลส่วนต่างๆ ตนจึงอยากให้หมอดูเรื่องการเยียวยาดูแล

“อ.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ไม่ได้รับการติดต่อจากนายทักษิณ ว่า ถ้าพรรคไหนไม่โหวตผ่าน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร จะถูกขับออกจากรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ทราบว่าไม่ใช่ความเห็นของนายทักษิณ แต่เป็นข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งว่าให้ทำแบบนี้
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กล่าวว่า เคยไปประเทศสิงคโปร์และเคยคุยกับผู้บริหารของมารีน่า เบย์ แซนด์ส ผู้บริหารได้เล่าให้ฟังว่า สิงคโปร์จะมีองค์กรหนึ่งหากสมาชิกในครอบครัวเข้าไปเล่นแล้วมีคนในครอบครัวไม่เห็นด้วย สามารถเข้าไปร้องเรียนได้ที่องค์กรนี้ ซึ่งจะมีการแบล็กลิสต์ไม่ให้คนนั้นเข้าไปอีก ซึ่งประเทศไทยจะมีหน่วยงานลักษณะนี้เช่นกัน เรื่องนี้รัฐบาลไทยคิดรอบคอบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวจะนำพื้นที่ ท่าเรือคลองเตย มาทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นจริงหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมารายได้ของท่าเรือคือการที่เรือมาจอดเทียบท่า จึงอยากพัฒนาพื้นที่ให้มีรายได้มากกว่าเดิม ถ้ามีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อยู่ตรงนั้นก็จะมีรายได้เพิ่ม ถ้าใครจะมาทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ก็ต้องดูว่าท่าเรือคลองเตยจะได้ประโยชน์อย่างไร หรือจะเอาพื้นที่ไปให้เช่าทำอย่างอื่นแล้วมีรายได้ดีกว่า การท่าเรือต้องพิจารณา
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า ถ้าจะทำ ต้องไปทำประชาพิจารณ์ก่อน ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน รัฐบาลอย่าคิดว่าคุณใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประชาชนใหญ่ที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ผลกระทบต่อรัฐบาล และวันนี้สังคมไทยเราก็มีปัญหาเยอะแยะมากมาย ความเข้มแข็งในครอบครัวก็ไม่มี มันต้องสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวก่อน และก็มาถามประชาชนดูว่า เขาต้องการไหม อย่าทึกทักเอาเอง อย่าคิดว่าคุณเป็นพรรคการเมือง เป็น สส. แล้วสิ่งที่คุณตัดสินใจคือความคิดของประชาชน

“ผมเองก็ชอบเล่นการพนัน แต่ผมไม่เห็นด้วย เพราะผมมองว่าสังคมเรายังไม่เข้มแข็งพอ เรื่องนี้กระทบคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ ต้องกลับไปถามประชาชนก่อน” นักการเมืองแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง กล่าว
ที่รัฐสภา สว.กว่า 50 คน นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษก กมธ.วุฒิสภา แถลงคัดค้านการนําร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งรวมถึงกาสิโน ที่จะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ โดยนายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เราเห็นด้วยกับสถานบันเทิงครบวงจร แต่เราไม่เห็นด้วยกับกาสิโน มี สว.เกิน 100 คน มีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่กำหนดให้มีกาสิโน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำประชามติก่อน

“หากไม่ทำประชามติ อาจเข้าข่ายทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 172 รวมถึง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) มาตรา 123/1 หากพบการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใดมิชอบ รัฐบาลอ้างทำความเห็นตามเว็บไซต์ law.go.th. ว่ามีประชาชนเห็นด้วย 87% ผมตรวจสอบแล้วพบว่า คนเดียวสามารถแสดงความเห็นกี่ครั้งก็ได้ เพราะไม่มีการยืนยันตัวตน จึงไม่น่าเชื่อถือ หากสภาโหวตรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว สว.จะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรม” นายพิสิษฐ์ กล่าว
เรียกว่า กฎหมายนี้ของรัฐบาลเจอสกัดหลายด้าน ดังนั้น ต้องรอดูกระบวนการชี้แจง รับฟังความเห็นในเดือน เม.ย., พ.ค.จะเป็นอย่างไร ทำให้ประชาชนมองเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์โดยแยกจากกาสิโนได้หรือไม่ และที่สุดแล้ว จะยังให้มีกาสิโนในศูนย์รวมความบันเทิงหรือไม่.
“ทีมข่าวการเมือง”



