เมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมในปี 2568 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้มีการแข่งขันสูงมากขึ้นเช่นกัน ทำให้สถานประกอบกิจการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องการบุคลากรที่มีประสิทธิภาพในการทำงานเข้ามาทำงาน เป็นลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ จึงเป็นตัวแปรสำคัญในการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน จึงมีนโยบายในการส่งเสริมให้นายจ้างและสถานประกอบกิจการมีการพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่พนักงานของตนเอง เพื่อให้มีความสามารถและมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น สามารถช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มผลิตภาพแรงงานให้แก่นายจ้างได้ แต่การพัฒนาทักษะต้องใช้งบประมาณ ซึ่งสถานประกอบกิจการจะต้องกันเงินงบประมาณส่วนหนึ่ง เพื่อนำมาดำเนินการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานให้สถานประกอบกิจการสามารถกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแบบไม่มีดอกเบี้ย หรือดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ ในวงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท/ครั้ง ระยะเวลาการผ่อนชำระ 1 ปี เงินกู้ดังกล่าว สถานประกอบกิจการสามารถนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้แก่พนักงาน เป็นไปตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คน ต้องพัฒนาทักษะให้แก่พนักงานของตนเองไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ กรณีที่ไม่ดำเนินการพัฒนาทักษะพนักงาน สถานประกอบกิจการจะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามอัตราที่กำหนด

นายเดชา กล่าวต่อว่า สำหรับปีงบประมาณ 2568 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดสรรวงเงินจำนวน 30 ล้านบาท เพื่อให้นายจ้างใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการพัฒนาทักษะให้แก่ลูกจ้างของตนเอง โดยปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการยื่นกู้แล้วจำนวน 12 บริษัท วงเงินกู้ยืมรวมทั้งสิ้น 8,242,090 บาท ยังคงเหลืองบประมาณกว่า 21 ล้านบาท โดยสถานประกอบกิจการที่ต้องการพัฒนาทักษะให้แก่ลูกจ้าง แต่ขาดแคลนงบประมาณ สามารถยื่นคำขอกู้ยืมเงินได้ตั้งแต่วันนี้ และทำสัญญาภายในวันที่ 31 ส.ค. 2568 ผ่านสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกจังหวัด หรือยื่นผ่านระบบ https://e-fund.dsd.go.th/ ได้




