เมื่อวันที่ 9 เม.ย. จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้า ที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอาคาร สตง. แห่งใหม่ พังถล่ม ก็ได้กลับมาหารือกันอีกครั้งที่กองอำนวยการร่วม ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จำนวน 10 คน ได้เดินทางมายังกองอำนวยการร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่สนับสนุนการเก็บพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุ
ภายหลังการหารือ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการหารือเพื่อวางแนวทางในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเข้าที่เกิดเหตุอย่างเป็นระบบ และกำหนดหน้างานให้ชัดเจน เพื่อให้ใช้เวลาน้อยในการทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ให้มากที่สุด ซึ่งวันนี้หลังจากที่ได้คุยแบ่งหน้าที่กันแล้ว ได้เข้าไปดูหน้างานจริงในที่เกิดเหตุ จากนั้นก็กลับมาประชุมเพื่อกำหนดหน่วยงานที่จะเข้าตรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อนหลัง โดยคิวแรกวันพรุ่งนี้ เป็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง และเรียงลำดับหน่วยงานรายวันตามความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน
ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ มีตัวแทนของแต่ละหน่วยงานก็ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้างแล้ว แต่ก็ต้องมาดูภาพใหญ่ว่า ในมิติเชิงคดีต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ตรงไหนขาด ตรงไหนต้องเพิ่มเติม ตรงไหนสมบูรณ์แล้ว
ส่วนการที่มีเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มาร่วมปฏิบัติงานด้วยนั้น พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า เรามาประสานงานและร่วมปฏิบัติด้วยกัน เพื่อจะไม่ซ้ำซ้อนกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ จากการสอบถาม ทราบว่าเก็บหลักฐานไปใกล้สมบูรณ์แล้ว หลังจากนี้จะเป็นการมาช่วยเสริมในด้านการปฏิบัติว่าจะช่วยในด้านใดได้บ้าง แต่โดยหลักๆ การเก็บหลักฐานในช่วงเวลาใกล้เกิดเหตุนั้น เป็นพยานหลักฐานที่สำคัญที่สุดซึ่งส่วนนี้ ตำรวจได้รวบรวมไว้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว และจะมีการประสานข้อมูลด้วยกันต่อ
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ประเด็นหลักที่กรมสอบสวนคดีทำคดีก็คือ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือ นอมินี และเรื่องการประมูลเพื่อไม่ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือฮั้วประมูล ซึ่งหากพบว่าเกี่ยวกับกระบวนการที่ตึกถล่ม และยังพบว่าเกิดจากการที่มีวัสดุก่อสร้างที่ไม่สมบูรณ์โดยการฟันราคาให้ราคาต่ำ และนำมาสู่การใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานมาก่อสร้างหรือไม่ เพื่อขยายผลต่อไป



