ยังต่อสู้กันในทางกฎหมาย และการเปิดข้อมูลต่างๆ เพื่อดิสเครดิตแต่ละฝ่าย ที่เกี่ยวข้องกับการออกมาเผยปม “ฮั้ว สว.” อย่างเข้มข้น โดยล่าสุด “สอง สว.อำนาจเจริญ” ก็ประกาศจะดำเนินคดี หลัง “นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการไอลอว์โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่า ขาดคุณสมบัติการเป็น สว.

“นายสมพาน พละศักดิ์” สว.อำนาจเจริญ กล่าวถึงกรณีที่นายยิ่งชีพกล่าวหาตัวเอง และ นางแดง กองมา สว. จาก จ.อำนาจเจริญ ขาดคุณสมบัติ การเป็น สว.กลุ่ม 10 ว่า เป็นเรื่องเก่ามากกว่า 2 ปี เคยถูกร้อง กกต.ได้ตีตกคำร้องไปแล้ว เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วน หากนายยิ่งชีพไม่เชื่อ ให้ไปดูคำวินิจฉัย กกต.ที่ 249/2567 ที่มีคำสั่งยกคำร้องนางแดง กองมา ที่กล่าวหาว่าไม่มีคุณสมบัติ โดยจากหลักฐาน และคำวินิจฉัย ชี้ชัดว่า นางแดง มีประสบการณ์การทำงาน ในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่น มีการกระทำการ ฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับคำวินิจฉัย กตต.ที่ 17/2568 ได้มีคำสั่งยกคำร้องตน กรณีที่ถูกกล่าวหา ไม่ใช่บุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัคร ไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งจากพยานหลักฐาน รับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบการอื่น นอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 10 ปี
นายสมพาน กล่าวอีกว่า นายยิ่งชีพเป็นนักกฎหมาย ควรจะรู้ว่า กกต.วินิจฉัยจบไปแล้ว ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี อีกอย่างคือ เหตุใดถึง ตีความ สว.กลุ่ม 10 คือ “กลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน” ว่าหมายถึง “กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่าเอสเอ็มอี”

นายยิ่งชีพ ควรเคารพคำวินิจฉัย กกต. ไม่ควรเปิดประเด็นให้สังคมสับสน สงสัยอย่างมีนัยแอบแฝง อันอาจเป็นการแสดงความคิดเห็นชี้นำ โดยไม่สุจริต ทั้งนี้ ตนและนางแดง เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และรับรองโดย กกต.ไปแล้ว ยังจะหยิบมาเปิดประเด็น สร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง ให้ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง โดยคงอาศัยช่องทางแจ้งความผ่านตำรวจ เพราะไม่มีเงินบริจาคช่วยสู้คดีเหมือนกลุ่มไอลอว์ เอาใจช่วยสำหรับการเดินทางมาสู้คดีที่อำนาจเจริญ แต่ไม่ควรอย่าหาคดีเพิ่ม เพราะทราบว่าต้องเดินสายอีกหลายจังหวัด
“นายยิ่งชีพเป็นถึงผู้นำจิตวิญญาณของการเมืองบางกลุ่มและเรียนจบกฎหมาย ไม่นึกว่าจะขาดการกลั่นกรองข้อมูล เลยเถิดไปถึงการดูถูกอาชีพคนอื่น ทั้งที่นิยามตัวเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย จึงไม่รู้ว่ามีทีมงานแนะนำการทำคอนเทนต์ด้อยคุณภาพแบบนี้ เพื่อหวังสิ่งใดตอบแทน หรือไม่ ถ้าเป็นทีมงานแนะนำจริง ต้องไล่ออก เพราะทำให้เสียชื่อเสียงไปถึงเอ็นจีโอต่างชาติ ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มไอลอว์ ซึ่งนายยิ่งชีพก็ออกมายอมรับเองแล้วว่า รับเงินต่างชาติจริง” นายสมพาน กล่าว
ด้าน “นายทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีเป็น 1 ใน 9 รายชื่อที่ถูกนายยิ่งชีพ เปิดข้อมูลเชื่อมโยงกระบวนการฮั้ว สว. ว่า ให้ทนายความและฝ่ายกฎหมายถอดคำพูดที่นายยิ่งชีพนำเสนอ ซึ่งมีส่วนหนึ่งเข้าองค์ประกอบของการหมิ่นประมาท และจะให้ทนายความไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ โดยจะไปดำเนินการที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาบ้านของตนเอง
นอกจากการออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อตรวจสอบ สว.บางคนว่า มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ หรือมีประเด็นเรื่องฮั้ว สว. “นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการไอลอว์ ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูล เพราะหากต้องแลกด้วยการถูกฟ้องร้อง หรือดำเนินคดี ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ และอาจมีปัญหาเรื่องคดีความ

ขณะที่อีกเรื่องร้อนคือ การเลือกบอร์ดประกันสังคม ที่ต้องถูกเลื่อนออกไป โดย “นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึง การชะลอการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ว่า เนื่องจากมีผู้ยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ประกาศการลงทะเบียนเลือกตั้ง ส่งผลให้ศาลฯ มีคำสั่งรับทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าว เป็นการชั่วคราว และจากการประชุมคณะกรรมการเลือกตั้งของสำนักงานประกันสังคม (สปส. )เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา จึงมีมติให้ ชะลอกระบวนการ เพื่อรอความชัดเจนทางข้อกฎหมายจากศาล
ไม่ใช่การเลื่อนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ซึ่งหากศาลวินิจฉัย ยกคำสั่งทุเลาได้รวดเร็ว ก็ยังคงยึดกรอบเวลาเลือกตั้งเดิมในวันที่ 27 ก.ย.นี้ สปส.จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลา เพื่อให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อถามว่า มีประเด็นทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ไม่อยากให้วิเคราะห์ไปถึงขนาดนั้น เนื่องจากตนไม่เคยรู้จักหรือพบปะกับผู้ร้อง ซึ่งทราบว่าเป็นทนายความ การยื่นร้องเป็นสิทธิตามช่องทางกฎหมายที่สามารถทำได้ จึงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า รัฐบาลขาดความจริงใจในการจัดเลือกตั้งนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ยืนยันต้องมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หากผลเป็นบวกเร็วที่สุดคือวันที่ 27 ก.ย. ตามกำหนดเดิม แต่หากมีเหตุฉุกเฉินให้ต้องปรับแก้ระเบียบ ตามคำวินิจฉัยของศาล แม้อาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่การเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อถามว่า มีระเบียบอะไรที่เป็นข้อบกพร่องที่ต้องมีการแก้ไข นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีสองระดับคือ ระเบียบ และประกาศ อย่างที่บอกว่า ระเบียบเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2564-2565 ใช้ในการเลือกตั้งมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่เมื่อมีผู้ร้องซึ่งเขาร้องที่ประกาศ ศาลก็สั่งทุเลาในส่วนของประกาศ ไม่ใช่ในส่วนของตัวระเบียบ ทำให้ประกาศนี้จึงหยุดไป แต่การจะออกประกาศใหม่โดยขัดกับระเบียบที่มีอยู่เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ จึงต้องรอศาลชี้ชัด ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเสียก่อน

ด้าน “น.ส.รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ภาพเอกสารคำสั่งศาลปกครองกลาง กรณีการเลือกบอร์ดสปส. และระบุว่า สปส.เป็นอะไรไม่รู้ เหมือนไม่อยากให้มีเลือกตั้ง บอร์ดหมดอายุตั้งแต่ ก.พ. แต่ไม่เตรียมตัวเลย ซึ่งคนปกติถ้ารู้ว่าบอร์ดจะหมดวาระ ควรจะเตรียมการเลือกตั้งไว้แต่เนิ่นๆ การรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิทำตอน 2 วีคสุดท้ายและคลิปโปรโมตเลือกตั้งโพสต์ 3 วัน ซึ่งศาลไม่ได้บอกว่าให้ชะลอหรือเลื่อนการเลือกตั้ง ยังย้ำในสำนวนด้วยว่า ให้ สปส. จัดเลือกตั้งในวันเดิม และอย่าอ้างเรื่องรายชื่อผู้มีสิทธิ เพราะ สปส.มีฐานข้อมูลอยู่แล้ว และอย่าอ้างเรื่องงบประมาณ เพราะ สปส.ของบจัดเลือกตั้งบอร์ดไปแล้ว 300 ล้าน แต่ก็ยังให้ลงทะเบียน ส่วนต่างอีก 320 ล้านอยู่ไหน
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ศาลให้สำนักงานประกันสังคม อุทธรณ์ได้ใน 30 วัน ผู้ร้องก็ไม่ได้ขอให้ชะลอ/เลื่อนการเลือกตั้ง และศาลยังกำชับให้จัดเลือกตั้งวันเดิม เพราะเหตุใดปลัดแรงงาน ในฐานะประธานการเลือกตั้ง กลับเซ็นฉับ เพื่อเลื่อนการเลือกตั้ง ออกไปอย่างไม่มีกำหนด และรมว.แรงงานก็มาจากการเลือกตั้ง ทำไมถึงเห็นดีเห็นงามกับวิธีแก้ปัญหาของประกันสังคม แบบนี้ เรียกว่าฉวยโอกาส มีคนอยากล้ม อยากเลื่อนเลือกตั้งอยู่แล้วหรือเปล่า ขนาดศาลบอกไม่ต้องเลื่อนเลือกตั้ง ยังจะเลื่อน สิ่งที่รัฐมนตรีควรทำ ถ้าเห็นความสำคัญการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจริงๆ คือ ประกาศเลยว่าจะใช้ระเบียบเดิม แต่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียน สปส.ดำเนินการลงทะเบียน นอกจากการเลื่อนการเลือกตั้งแน่ๆ ได้กลิ่นตุตุเหมือน กลุ่มคนไม่อยากเลือกตั้งประกันสังคม แผลงฤทธิ์อีกแล้ว

ส่วน “นายสหัสวัต คุ้มคง” สส.ชลบุรี พรรค ปชน. กล่าวถึงกรณี สปส. มีมติชะลอการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ว่า หาก กกต.และปลัดกระทรวงแรงงานเห็นว่า ข้อเท็จจริงด้านการบริหารจัดการ ยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วน หรือดำเนินการตามแนวทางในคำสั่งศาล จะทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง และทันกำหนด ทั้งสองฝ่ายก็ควรเร่งพิจารณา ใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมาย พร้อมให้ สปส.จัดทำข้อมูลสนับสนุนอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของฐานข้อมูล ที่อยู่ของผู้มีสิทธิ จำนวนหน่วยเลือกตั้ง บุคลากร ระยะเวลาจัดทำบัญชีรายชื่อ งบประมาณ
และข้อจำกัดในการจัดซื้อจัดจ้าง หนังสือแจ้งคำสั่งศาลระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือทราบคำสั่ง โดยยื่นต่อศาลปกครองกลาง ดังนั้น ช่องทางทางกฎหมายยังมีอยู่ และหน่วยงาน ควรรีบตัดสินใจ ไม่ควรรอจนใกล้สิ้นกำหนด ขณะเดียวกัน การยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ทำให้คำสั่งศาลชั้นต้น หมดผลลงทันที ตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หน่วยงานยังต้องเคารพ และปฏิบัติตามคำสั่งที่มีผลอยู่
เมื่อ “นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมว.แรงงาน ยืนยัน หากศาลวินิจฉัยยกคำสั่งทุเลาได้รวดเร็ว ก็ยังคงยึดกรอบเวลาเลือกตั้งเดิมในวันที่ 27 ก.ย.นี้ สปส.จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลา เพื่อให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย คงพอจะแก้ข้อสงสัยได้ว่า ไม่ได้มุ่งที่จะล้มเลือกตั้ง ซึ่งการกระทำจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่
ทีมข่าวการเมือง



