เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังตรวจติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณชุมชนโรงสี เขตยานนาวา ว่า จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนเมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) ส่งผลชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณแนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ได้รับผลกระทบ สำหรับชุมชนโรงสี ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ขณะนี้ระดับน้ำในชุมชนลดลงกว่าเมื่อวานประมาณ 40 ซม.
สืบเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา กทม.ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตเสริมกระสอบทรายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มระดับความสูงของแนวคันกั้นน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำภายในชุมชนออก ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ กับเมื่อวานมีระดับเท่ากันอยู่ที่ประมาณ 2.30 ม. แต่จะเห็นได้ว่าระดับน้ำท่วมขังภายในชุมชนลดลงอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ได้ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยมอบถุงยังชีพ และอาหารปรุงสุกใหม่บรรจุกล่อง จำนวน 300 กล่อง แจกจ่ายให้ประชาชนในชุมชนโรงสี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนและไม่สะดวกในการประกอบอาหารรับประทานในครัวเรือน เนื่องจากอาจจะเกิดอันตรายในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในการประกอบอาหาร รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ โดยจะทำการแจกอาหารปรุงสุกให้แก่ชาวชุมชนทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย อย่างไรก็ตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงเช่นนี้อีก 3-4 วัน กทม.จะติดตามเฝ้าระวังและจะแก้ไขปัญหาในทุกจุดให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดเหตุน้ำท่วมขังอย่างเช่นเมื่อวาน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ขณะที่ ผู้บริหาร กทม. ปูพรมลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกๆ จุด ประกอบด้วย พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม รองปลัด กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนบริเวณเชิงสะพานกรุงธน พื้นที่เขตบางพลัด สำหรับบริเวณดังกล่าว ได้เรียงกระสอบทรายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มระดับความสูงของแนวคันกั้นน้ำป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมผิวจราจร ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อสูบน้ำที่รั้วซึมเข้ามา พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในช่วงที่ระดับน้ำขึ้นสูง นอกจากนี้ได้แจกจ่ายอาหารกล่องให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากเจ้าของพื้นที่หรือร้านอาหารบริเวณแนวเขื่อนชั่วคราว (แนวฟันหลอ) ให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมในการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรต่อไป
จากนั้น รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนริมคลองบางกอกน้อย และตรวจความพร้อมสถานีสูบน้ำคลองดุสิต เขตบางกอกน้อย โดยเขตฯ ดำเนินการเรียงกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราว บริเวณบริษัท กัปตัน จำกัด พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 3 เครื่อง เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัด กทม. และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูง และน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งกรุงเทพมหานครได้เร่งป้องกันแก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน บริเวณโกดังไทยฟ้า ถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ ซึ่งกทม.ได้เตรียมความพร้อมเสริมแนวกระสอบทรายเป็นแนวกั้นน้ำ บริเวณจุดอ่อนน้ำท่วม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เปิดฝาท่อระบายน้ำ กวาดไล่น้ำ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และเร่งการระบายน้ำ บรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วน โดยทันที รวมถึงประชาสัมพันธ์การหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรให้ประชาชนได้รับทราบ และเตรียมพร้อมการสำรวจความเสียหายโดยเร่งด่วนเพื่อเยียวยาตามหลักเกณฑ์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. พร้อมด้วย นายชวินทร์ ศิรินาค นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัด กทม. ผู้บริหารสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จิตอาสาพระราชทาน กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมดำเนินการกั้นกระสอบทรายเป็นแนวกันน้ำและเร่งระบายน้ำ ณ บริเวณถนนทรงวาด เพื่อป้องกันแก้ไขน้ำท่วมขังในพื้นที่อย่างเร่งด่วน และช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณน้ำสูงเอ่อล้นคันกันน้ำชั่วคราวที่ทางกทม. ได้วางกระสอบทรายไว้ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัจจัยธรรมชาติ คือน้ำทะเลหนุนสูงกว่าระดับน้ำจริงตามที่คาดการณ์ไว้บวกกับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมา ทำให้น้ำล้นตลิ่งในช่วงที่มีคันกั้นน้ำชั่วคราวบริเวณชุมชนนอกคันกั้นน้ำและบริเวณแนวฟันหลอ ส่งผลให้ในวันนี้ (9 พ.ย. 64) ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดที่ระดับ 2.20 เมตร ในช่วงเวลา 10.45 น. หลังจากนั้นน้ำจะค่อย ๆ ลดระดับลง และคาดการณ์ว่าจะกลับสู่สภาพปกติในเวลาประมาณ 13.00 น.

นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขตบางซื่อ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และการแก้ไขปัญหาน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมผิวถนน บริเวณใต้สะพานพระราม 7 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 และซอยประชาราษฎร์ สาย 1 ซอย 21 เขตบางซื่อ พร้อมมอบยากันน้ำกัดเท้าให้ประชาชนในชุมชน สำหรับบริเวณดังกล่าวมีน้ำรั่วซึมจากเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำล้นคันกั้นน้ำท่วมบ้านเรือน และผิวจราจร ส่งผลให้น้ำท่วมขังในซอย และผิวจราจร ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบและสิ่งของเสียหาย เบื้องต้นสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตั้งเรียงกระสอบทรายหลังเขื่อนป้องกันน้ำรั่วซึม กระสอบทรายกั้นน้ำ ป้องกันน้ำจากแม่น้ำไหลเข้าทางท่อระบายน้ำ และบังคับน้ำระบายน้ำลงสู่คลอง เปิดฝาบ่อพักเพิ่มขนาดทางน้ำไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำผลักน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการแจกถุงยังชีพผู้ได้รับผลกระทบ และสำรวจและประเมินความเสียหายอุทกภัยของชุมชนเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป


