ดูเหมือนจะเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับ “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องแถลงเรื่องเลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. หรือกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ออกจากวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎนออกไปก่อน แม้จะบอกว่า เพราะมีเรื่องอื่นสำคัญกว่าคือเรื่องแผ่นดินไหวกับเรื่องสหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากไทย แต่การลัดกฎหมายแบบฟาสต์แทรกมาเร่งทำก่อนปิดสมัยประชุม ก็ฟ้องว่า “รัฐบาลหวังให้ผ่าน”
“นายกฯอิ๊งค์” ดูไม่ค่อยสบอารมณ์อยู่พอสมควร ดูจากคำพูดที่ให้สัมภาษณ์ว่า เราถูกบิดเบือนว่า เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์คือกาสิโน ทั้งที่จริงๆ แล้ว มันหมายความว่า กาสิโนที่ถูกกฎหมายมีแค่ ร้อยละ10 ในพื้นที่เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพลกซ์ ไม่ได้แปลว่าบ่อนที่ไหนก็ถูกกฎหมาย การสร้างศูนย์ต่างๆ ในเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ลงทุนเยอะ เช่น ถ้าสร้างฮอล์คอนเสิร์ตนับพันล้านหรือหมื่นล้าน จะรอรายได้จากการขายบัตรเมื่อไรจะคืนทุน
จะให้ชะลอกาสิโนไปก่อน แล้วเดินหน้าสร้างอย่างอื่น มันก็ไม่มีเงินหมุนกลับมา ตัวอย่างเช่น โรงแรม กว่าจะคืนทุนก็ 5-7 ปี เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ถ้าไม่มีกาสิโนเงินคืนทุนไม่ทันแน่นอน เกมการเมืองมาจากทุกที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติก่อนเกมการเมือง
“นายกฯอิ๊งค์” ถึงกับบ่นว่า “หัวจะปวด” ปวดหัวข้างหนึ่งก็น่าจะเรื่องการต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มต่อต้านกาสิโน ที่เริ่มออกมามากขึ้น ในต่างจังหวัดก็รวมตัวกันแล้วซึ่งต้องระวังจะยกระดับกลายเป็น“ม็อบเสื้อขาว” ทั่วประเทศเหมือนม็อบกปปส.สมัย“อดีตนายกฯปู”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้านนิรโทษกรรมสุดซอย หรือม็อบพันธมิตรฯ ม็อบเสื้อเหลืองสมัย “อดีตนายกฯแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร ต้านขายหุ้นชินคอร์ปไม่เสียภาษี นายกฯนามสกุล “ชินวัตร” ต้องเผชิญหน้ากับม็อบด้วยข้อกล่าวหาทางจริยธรรมอีกคนหรือไม่ ?
หัวจะปวดอีกข้างก็เพราะพรรคภูมิใจไทย ที่ขบเหลี่ยมกับพรรคเพื่อไทยอีกแล้ว “เลขาฯนก”ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ก็ประกาศกลางสภา “ จะไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน และไม่ใช่แค่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ทุกๆ พ.ร.บ.หลังจากนี้ แม้กระทั่งพ.ร.บ.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เราคิดขึ้นมาแล้วนำเสนอเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย อย่างนโยบายบ้านเกิดเมืองนอน ผมก็จะไม่พิจารณา เพราะมีเรื่องที่เร่งด่วนกว่าอย่างมหาศาล”
ที่สุดแล้ว “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หาทางลงให้สวยๆ ว่า “เลขาฯนก” หมายถึงว่า “ไม่สนับสนุนกาสิโนในช่วงนี้เพราะเรื่องอื่นสำคัญกว่า และที่พูดไม่ใช่มติพรรค”อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาจนกว่าจะถึงวันที่หยิบกฎหมายขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ว่า “จะสื่อสารรณรงค์เรื่องนี้กับประชาชนอย่างไรให้เข้าใจรัฐบาล ?”
โดนดักทางแต่แรก นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.แถลงว่า รัฐบาลอย่าอ้างรับฟังความเห็นจากเว็บไซด์ law.go.th ที่รัฐบาลอ้างว่ามีคนเห็นด้วย ร้อยละ87 พอไปตรวจสอบจริง พบว่า คนๆ หนึ่งสามารถแสดงความเห็นกี่ครั้งก็ได้ ไม่มีการยืนยันตัวตน ไม่มีความน่าเชื่อถือ สว.ขอเรียกร้องให้ทำประชามติก่อน ไม่เช่นนั้นจะร้องเรียนองค์กรอิสระสอบจริยธรรมผู้ผ่านกฎหมาย
ในช่วงปิดประชุมสภา“ถ้ามีการรับฟังความเห็นจริง” ต้องมีภาพการเดินสายให้เห็นไม่ใช่มีแต่ลมปากว่าทำแล้ว มีเนื้อหาที่ต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ คือรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนบ่อน-การพนันถูกกฎหมาย แต่ถูกกฎหมายเฉพาะที่อยู่ในเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพลกซ์ ซึ่งมีเงื่อนไขที่สกัดคนไทยเล่นหลายข้อ ประกาศให้ชัดถึงมาตรการป้องกันอาชญากรรม ฟอกเงิน คณะกรรมการนโยบายที่มีอำนาจครอบจักรวาลต้องมีการตรวจคานอำนาจ และคนไทยได้อะไรเป็นรูปธรรม
กระบวนการสื่อสารต้องต่อสู้กับกลุ่มต้านที่เมื่อถึงเวลาพิจารณาอีก ก็เคลื่อนไหวอย่างเข้มแข็ง
ถ้าทำประชามติมันแพง ก็อาจมีตัวเลือกให้สำนักงานสถิติแห่งชาติทำโพลระดับประเทศขึ้นสำรวจก็ได้ แต่ก็ต้องทำหลังเดินสายสร้างความเข้าใจอยู่ดี ยังไม่แน่ด้วยว่า ถ้าเห็น“เค้าลางไม่ดี”ม็อบต้านหนักจนน่าจะเกิดปัญหา พรรคร่วมรัฐบาลอาจลอยแพเพื่อไทยก็ได้
เรียกว่า “วาระกาสิโน” อยู่บนเส้นด้ายจริงๆ เผลอๆ ถ้ายังไม่ปลอดภัย สมัยประชุมสภาหน้าก็ยังพิจารณาไม่ได้.



