จากกรณี คนร้ายก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นายจอจอ อายุ 51 ปี ชาวเมียนมา อาชีพลูกจ้างโรงฆ่าสัตว์ โดยคนร้ายได้ทรัพย์ไปเป็น จยย.ฮอนด้าเวฟ 125 สีดำ พร้อมโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ภรรยาผู้ตายที่ขี่ จยย. มาด้วยกันได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์เกิดบริเวณถนนเลียบคลองแอนหนึ่งสอง ปากซอยกะทิสด หมู่ที่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ค่ำวันที่ 10 เม.ย. 68 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง พบว่าเส้นทางดังกล่าว เป็นทางถนนลูกรัง เปลี่ยวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง มีประชา=oสัญจรจรผ่านไปมาน้อย โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน ที่ริมป่าหญ้าข้างทางยังมีผลไม้ (ทับทิม) ตกอยู่จำนวนครึ่งลูก โดยที่ข้างทางพบรอยเลือดตกอยู่

โดย นางชลอ จันทร์แดง อายุ 64 ปี คนเก็บของเก่า เปิดเผยว่า เส้นทางนี้มีประชาชนสัญจรผ่านน้อย เพราะเส้นทางเปลี่ยว สามารถทะลุซอยที่จะออกถนนพหลโยธินได้หลายซอย ในเวลากลางคืนผู้ขับขี่มีทั้งคนไทยและชาวเมียนมา แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาที่ทำงานที่โรงเชือด หลังทราบเรื่อง ตนเองก็รู้สึกกลัว แต่ตนเองก็หาเก็บของเก่าในเวลากลางวัน กลางคืนไม่กล้ามา เพราะเปลี่ยวมากไม่มีไฟ บางจุดก็จะมีชาวเมียนมารวมกลุ่มดื่มเหล้า

ด้าน พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ ผกก.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมสอบปากคำพยานบุคคลให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมทำการตรวจยึด จยย. RYUKA Classic R 110 สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาไว้ที่ สภ.คลองหลวง โดยหน้ารถยังมีผลไม้ (ทับทิม) วางอยู่ที่ตะกร้าจำนวนครึ่งลูก

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ข้อมูลสำคัญว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนที่มีความแค้นส่วนตัวกับผู้ตายและมาดักรอทำร้าย กระทั่งมาเจอกัน โดยก่อนหน้านี้ผู้ตายและคนรู้จักได้มีปากเสียงกันเรื่องเงินทอง โดยชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ก่อนจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีทางกEหมาย.