สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ว่านายกิลแบร์โต ทีโอโดโร จูเนียร์ รมว.กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ กล่าวนอกรอบการประชุมความมั่นคงเอเชียแปซิฟิก “แชงกรี-ลา ไดอะล็อก” ที่สิงคโปร์ ว่า “เป็นเรื่องธรรมดา” ที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีนจะพยายามลดความตึงเครียด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพทางทหารใกล้เคียงกัน และมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะปรับตัวและรักษาสมดุลความสัมพันธ์ได้


อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศอย่างฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังเผชิญภัยคุกคามอย่างรุนแรงจากจีน ทั้งในด้านดินแดนและการเมือง ทีโอโดโรกล่าวว่า “ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเข้มแข็ง อดทน และยืนหยัดต่อต้านการรุกรานของจีน”


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์และจีนเผชิญหน้ากันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทะเลจีนใต้ เนื่องจากจีนยังคงยืนยันอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทางทะเลส่วนใหญ่ ซึ่งทับซ้อนกับการอ้างสิทธิ์ของฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน แม้คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เมื่อปี 2559 จะไม่รับรองแผนที่เส้นประ 9 เส้น ของรัฐบาลปักกิ่งก็ตาม


ขณะเดียวกัน ทีโอโดโรกล่าวว่า ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่า พันธกรณีด้านความมั่นคงของสหรัฐที่มีต่อฟิลิปปินส์ ภายใต้สนธิสัญญาป้องกันร่วม “จะได้รับผลกระทบ” จากการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เมื่อเดือนพ.ค. หรือจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ


สำหรับนโยบายของฟิลิปปินส์ต่อจีน ทีโอโดโรกล่าวว่า รัฐบาลมะนิลาจะมุ่งสร้างความแข็งแกร่งภายในประเทศ ต่อต้านแรงกดดัน เสริมสร้างพันธมิตรเมื่อจำเป็น และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกลาโหมอย่างจริงจังและรวดเร็ว


จีนเสนอความช่วยเหลือด้านปุ๋ยและเชื้อเพลิงแก่ฟิลิปปินส์ หลังเกิดภาวะขาดแคลนอันเป็นผลจากสงครามในตะวันออกกลาง ทีโอโดโรตอบว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงท่าทีของฟิลิปปินส์.

เครดิตภาพ : REUTERS