แพทย์หญิง กาญจนา อักษรวรนารถ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC ) กล่าวถึง “โรคหัวใจ” ว่า มีหลายประเภท หนึ่งในภาวะที่ควรเฝ้าระวังนั่นคือ “ภาวะหัวใจโต” ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้หัวใจวายเฉียบพลันแบบไม่ทันตั้งตัว และอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท เราควรมาทำความรู้จักภาวะดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก
ภาวะหัวใจโต เกิดจากอะไร?
ภาวะหัวใจโต (Cardiomegaly) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย เกิดจากภาวะที่หัวใจมีขนาดใหญ่ พองโต หรือหนากว่าปกติ เนื่องจากประสิทธิภาพกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวไม่ดี ทำให้มีเลือดคั่งค้างอุดกั้นในห้องหัวใจมาก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ส่งผลต่อหัวใจโตอาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น

อาการบ่งชี้ที่ควรรับไปพบแพทย์
- อาการเจ็บหน้าอกโดยเฉพาะเวลานอน
- หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือใจสั่น
- เวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย
- เหนื่อย หอบ หรือหายใจถี่
ใครบ้าง ? ที่มีความเสี่ยงภาวะหัวใจโต
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิด หรือโรคอ้วน
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น
- ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง
- สมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ

การป้องกันภาวะหัวใจโต
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ดังกล่าว ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจได้หลายวิธี ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงภาวะหัวใจโต ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ช่วยให้ค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น และสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที



