วันที่ 12 เม.ย. ศูนย์เรียนรู้ศิลปะมวยไทย (ลูกโนนม่วง) ภายในโรงเรียนบ้านโนนม่วง ต.สิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจและมอบอุปกรณ์การซ้อมมวยไทย ซึ่งประกอบด้วยนวม, อุปกรณ์การกระโดดเชือก และหมวกกันกระแทก ให้กับนักมวยเด็กและเยาวชนที่ทำการฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ รวมกว่า 20 คน หลังถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์การซ้อมต่างๆ ไปถึง 2 ครั้ง โดยมีนายชาญชัยสวัสดิ์ อิสสระวงษ์ ผอ.รร.บ้านโนนม่วง พร้อมด้วย นายเมืองมนต์ ทุมมา อายุ 62 ปี ประธานศูนย์เรียนรู้ศิลปะมวยไทย และผู้นำชุมชนในเขต ต.ศิลา ร่วมรับมอบและเป็นสักขีพยาน

นายวัฒนา กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้ศิลปะมวยไทย (ลูกโนนม่วง) แห่งนี้ จัดตั้งขึ้นโดยผู้ที่ชื่นชอบศิลปะแม่ไม้มวยไทยในพื้นที่ที่ร่วมกันถ่ายทอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชนให้กับเด็กและเยาวชน ได้มาฝึกซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียนและช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์การซ้อมไปถึง 2 ครั้ง ซึ่งคดีความนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทำให้วันนี้จึงใช้เงินเดือนของตนเอง มาทำการจัดซื้ออุปกรณ์การซ้อมให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องจากรับทราบมาว่า หลังคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ น้องๆ ที่ศูนย์ก็ไม่มีอุปกรณ์ในการฝึกซ้อม โดยเฉพาะนวมและหมวกกันกระแทก

“เราเห็นถึงความตั้งใจของเด็กและเยาวชนในชุมชน ที่มาทำการฝึกซ้อมมวยทุกวันตามตารางที่ครูมวย ซึ่งเป็นคนในชุมชนกำหนด ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้นำชุมชน และครูมวยทุกท่านที่มีใจรักในกีฬามวยไทย และร่วมกันสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น ใช้พื้นที่โรงเรียนมาจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อฝึกซ้อมมวยไทย ซึ่งวันนี้ได้เห็นถึงแววของนักมวยรุ่นเยาว์หลายคนที่มีฝีไม้ลายมือ และทักษะในการชกมวยที่ดีมาก”
นายวัฒนา กล่าวต่อว่า จากการประสานงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชน ทราบว่าหลังเกิดเหตุลักทรัพย์ โรงเรียนได้มีการทำรั้วกั้นเพิ่มเติม และนำแม่กุญแจมาล็อกในจุดที่เก็บอุปกรณ์การซ้อม รวมทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ขณะที่เทศบาลและฝ่ายปกครองก็ได้จัดเจ้าหน้าที่มาประจำที่โรงเรียนเพื่อรักษาความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้โรงเรียนได้ปิดเทอมแล้ว อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือร่วมกันในระดับ อบจ.ขอนแก่น เพื่อต่อยอดศูนย์เรียนรู้ศิลปะมวยไทยแห่งนี้ ที่จะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนเด็กและเยาวชนของเราได้ก้าวสู่วงการมวยไทยในระดับแนวหน้า และที่สำคัญยังคงเป็นการนำเด็กและเยาวชนมาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติดอีกด้วย



