สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ว่า นายโฮวาร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า “จะมีการกำหนดอัตราภาษีใหม่” กับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี “ที่สำคัญ” ซึ่งผลิตหรือประกอบในจีน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และชิปประมวลผล โดยจะมีการประกาศมาตรการภายในระยะเวลาอีก 2 เดือนนับจากนี้
ขณะเดียวกัน จะมีการประกาศ “อัตราภาษีพิเศษ” กับสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายชนิดด้วย ซึ่งมาตรการทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับภาษีต่างตอบแทน ที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีนในอัตราอย่างน้อย 145% และระงับการเก็บกับสินค้าเหล่านี้ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
Trump says chips from China will face national security probe; further tariffs expected https://t.co/Ow7gafNLWD
— CTV News (@CTVNews) April 13, 2025
การเปิดเผยดังกล่าวของรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ เกิดขึ้นไม่นานหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า จะมีการสอบสวน “ห่วงโซ่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด” ที่เกี่ยวข้องกับจีน และจะมีการประกาศมาตรการภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าดังกล่าว ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง
ด้านนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า ทรัมป์ “ยังไม่มีแผน” สนทนากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เกี่ยวกับสถานการณ์เรื่องภาษี และวิจารณ์รัฐบาลปักกิ่ง เป็นผู้กระตุ้นความตึงเครียดของเรื่องนี้ ด้วยการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้สหรัฐ
.@USTradeRep: "President Trump has a global program to try to reshore American manufacturing and address the trade deficit. It's a global issue. The only reason we're really in this position right now is because China chose to retaliate." pic.twitter.com/CWZYGC8phZ
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 13, 2025
อย่างไรก็ตาม ผู้นำจีนกล่าวถึงสงครามการค้าเป็นครั้งแรก โดยไม่เอ่ยชื่อสหรัฐแม้แต่คำเดียว ระหว่างการต้อนรับและพบหารือกับ นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ที่เรือนรับรองเตียวหยูไถ่ ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าสงครามการค้าคือการต่อสู้ที่ไม่มีผู้ชนะ แต่เป็นการขวางโลก ซึ่งเท่ากับเป็นการยิ่งโดดเดี่ยวตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
ตลอดระยะเวลานานกว่า 70 ปีที่ผ่านมา จีนเดินหน้าพัฒนาตัวเองบนหลักการของการพึ่งพาตัวเอง และการทำงานหนัก จีนไม่เคยเอ่ยแบมือขอจากประเทศใด และไม่มีทางหวาดกลัวกับการกดขี่ที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ ไม่ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จีนจะยังมีความเชื่อมั่น มีจุดมุ่งหมาย และมีสมาธิกับการบริหารจัดการกิจการของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด.
เครดิตภาพ : AFP



