เมื่อวันที่ 15 เม.ย. พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่ 4/รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สั่งการให้ พ.อ.ดุสิต เกสรแก้ว หัวหน้าชุดตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 เข้าตรวจสอบพื้นที่ทุ่งปากขอสาธารณประโยชน์ หมู่ 1 บ้านควนท่าแร่ ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม หลังเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือ ที่ดิน น.ส.ล.ทุ่งปากขอ ระหว่างราษฎร กลุ่มไทยทรงดำ หรือ ไทดำ กับหน่วยงานราชการ เกี่ยวกับการแย้งสิทธิครอบครอง ซึ่งต่อมา องค์การบริหารส่วนตำบลทรัพย์ทวี ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล ได้ร้องขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 เข้าดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับข้อพิพาท

โดยคณะทำงาน ซึ่งนำโดย พ.อ.ดุสิต ร่วมกับ พ.ต.ท.มณชัย รัตกุล สว.สกพ. ปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ธุรการกลุ่มงานประสานความมั่นคง กอ.รมน.จังหวัด ส.ฎ. ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน น.ส.ล.ทุ่งปากขอ เลขที่ 30977 อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ 4,143 ไร่ 90 ตารางวา ออกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2529 ตามตำแหน่งทะเบียนหวงห้ามเดิม เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2475 ร่วมกับ นายเขมรุต ถิ่นท่าเรือ รองนายก อบต.ทรัพย์ทวี และนายวินัย ประดับ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ทรัพย์ทวี ในฐานะเจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่ผู้ดูแลที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เพื่อวางแนวทางการทำงาน
จากนั้นจึงได้ร่วมกันเดินทางไปยังพื้นที่โครงการก่อสร้างแก้มลิงทุ่งปากขอ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างพัฒนาแหล่งน้ำเป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการโดยโครงการชลประธานสุราษฎร์ธานีสำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน โดยคณะทำงานได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินสำรวจตามพิกัดของโฉนดที่ดิน น.ส.ล. เพื่อดูสภาพทั่วไป พบว่าปัจจุบันที่ น.ส.ล.แปลงที่ 30977 บางส่วนเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ ถูกก่อสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือมีการปลูกปาล์มน้ำมันอายุตั้งแต่ 1-20 ปี อยู่เต็มพื้นที่

นายวินัย ประดับ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ทรัพย์ทวี กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนทึ่ดินสาธารณประโยชน์ เมื่อปี 2475 และได้ทำการรังวัด ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เมื่อ มีนาคม 2529 จนเมื่อปี 2560 กรมชลประทานได้ขอใช้ที่ดินดังกล่าวก่อสร้างแก้มลิง เพื่อรองรับน้ำในฤดูน้ำหลาก และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง หลังได้มีการอนุมัติใช้พื้นที่กรมชลประทานก็เข้าดำเนินการก่อสร้าง จึงทำให้เกิด ปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มชาวบ้าน กลุ่มไทยทรงดำ ที่ได้เข้าใช้พื้นที่ทุ่งปากขอบริเวณริมแม่น้ำตาปี ในพื้นที่หมู่ 1 เกี่ยวกับการอ้างสิทธิครอบครองที่ดิน และในปี 2562 ได้มีราษฎรจำนวน 8 ราย ยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องในการอนุมัติโครงการโครงการแก้มลิงทุ่งปากขอ ต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช ให้ชดใช้ค่าเสียหายผลอาสิน คือต้นปาล์มน้ำมัน และต้นไม้ยืนต้นอื่นๆ ซึ่งต่อมาศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2567 โดยระบุว่า ผู้ฟ้องไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันและไม่มีเอกสารใดๆ ที่แสดงได้ว่าผู้ฟ้องมีสิทธิในที่ดินดังกล่าว การเข้าไปครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
นายวินัย กล่าวด้วยว่า แต่ปัญหาความขัดแย้งยังคงเกิดขึ้นตลอดเวลา ล่าสุดราษฎร กลุ่มไทยทรงดำ ได้รวมตัวกันประท้วง การใช้อำนาจของปกครองท้องที่ในการดูแลที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โดยให้ทางอำเภอและจังหวัด ผ่อนผันขับไล่ผู้ครอบครองที่ดิน ที่กลุ่มชาวไทยทรงดำอ้างว่า การออกเอกสาร น.ส.ล. ทุ่งปากขอ ของกรมที่ดินเป็นการออกเอกสารผิดแปลง และกลุ่มชาวไทยทรงดำ ได้เข้ามาทำกินและอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อนจะมีการประกาศให้เป็นที่ดินหวงห้าม เพื่อให้ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันในการเลี้ยงสัตว์ เมื่อปี 2475 และอ้างว่าที่ดินสาธารณประโยชน์ บริเวณพื้นที่บ้านทับชัน หมู่ 1 ต.ทรัพย์ทวี ราษฎรกลุ่มไทยทรงดำ ได้ร่วมกันขอให้รัฐบาลจัดสรรที่ดินทำกินตามแนวทางโฉนดชุมชน เมื่อปี 2544 ตามมติคณะรัฐมนตรี

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายปกครองท้องที่ ทราบว่ามีการบุกรุกที่ดินและเข้าไปทำประโยชน์ และได้มีการตรวจจับอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ทางราชการทำได้เพียงการปิดป้ายประกาศ ห้ามมิให้บุกรุก แต่จนถึงในที่สุด ปัจจุบันพื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งปากขอ ถูกบุกรุกปลูกปาล์มน้ำมันจนเต็มพื้นที่ และส่อเค้าว่าปัญหาจากบ้านปลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” นายวินัย กล่าว
สำหรับที่ดินสาธารณประโยชน์ (ที่สงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งปากขอ) ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี มีหลักฐานตามทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ของทางราชการ ซึ่งได้ประกาศหวงห้ามเพื่อให้ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันในการเลี้ยงสัตว์ เมื่อปี พ.ศ. 2475 ปัจจุบันได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงบนพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 3 แปลง ประกอบด้วย (1) หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลงทุ่งปากขอสาธารณประโยชน์ เลขที่ 30977(แปลงพิพาท) หมู่ที่ 1 ต.ทรัพย์พย์ทวี (ท่าเรือ) อ.บ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 4,143 ไร่ 90 ตารางวา ออกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2529 (2) หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง แปลงทุ่งปากขอตอนใต้ แปลงที่ 1 เลขที่ สฎ 0620 หมู่ที่ 4 ต.ทรัพย์ทวี (ท่าเรือ) อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 1,239 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ออกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2548 และ (3) หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง แปลงทุ่งปากขอตอนใต้ แปลงที่ 2 เลขที่ สฎ 0575 ต.ทรัพย์ทวี (ท่าเรือ) อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 2,444 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา ออกเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2547 รวมเนื้อที่ทั้ง 3 แปลง จำนวน 7,827 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา ปัจจุบัน แปลง น.ส.ล.ที่ 30977 ซึ่งกลุ่มไทดำ เข้าครอบครองทำประโยชน์เนื้อที่รวมกัน 1,753 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา.



