สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า ทำเนียบรัฐบาลสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีธาร์มัน ชันมูการัตนัม ลงนามในกฤษฎีกาที่เสนอโดยนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ให้มีการยุบสภาแห่งชาติ เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติชุดใหม่


ขณะที่กำหนดการเลือกตั้งคือในวันที่ 3 พ.ค. นี้ ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 ของสิงคโปร์ นับตั้งแต่มีการสถาปนาประเทศ เมื่อปี 2508 และเป็นการเลือกตั้งก่อนกำหนด จากในเดือน พ.ย. 2568 จะเป็นบททดสอบทางการเมืองครั้งสำคัญครั้งแรกของหว่อง ในฐานะหัวหน้าพรรคกิจประชาชน (พีเอพี) นับตั้งแต่รับตำแหน่งต่อจากอดีตนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง เมื่อเดือน พ.ค. 2567


อนึ่ง การยุบสภาของสิงคโปร์ครั้งนี้ เป็นที่คาดหมายมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนอย่างหนักของบรรยากาศภูมิรัฐศาสตร์โลก จากการใช้นโยบายหลายเรื่องของรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีการประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทนกับคู่ค้ารายใหญ่แทบทุกแห่งบนโลก และสิงคโปร์คือหนึ่งในประเทศที่จะได้รับผลกระทบ ด้วยอัตราเรียกเก็บ 10%


อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ประเมินในเบื้องต้น พบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัว 3.8% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ลดลงจากไตรมาสที่ 4 หรือไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ซึ่งจีดีพีของสิงคโปร์เติบโตที่ระดับ 5.0%


ส่วนคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระหว่าง 0.0-2.0% ลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุไว้ที่ระหว่าง 1.0-3.0% โดยปัจจัยสำคัญคือมาตรการภาษีของสหรัฐ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อ และจะส่งผลกระทบต่อทั่วทั้งโลก.

เครดิตภาพ : AFP