เมื่อวันที่ 10 พ.ย. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี ผู้สื่อข่าวรายงาน วาน วานนี้ (9 พ.ย.) กลุ่มผู้เสียหายจากการลงทุนตั๋วเทรด จำนวน 10 คน พร้อม นายรภัสสิทธิ์ ประสพธนากิตติ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน บช.สอท. แจ้งความกรณีถูกกลุ่มบุคคลหลอกชักชวน จากกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าจะมีตั๋วเงินเทรดจากต่างประเทศของธนาคาร 2 แห่ง

นางภัทร (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี ผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 2562 ผู้เสียหายจำนวนมาก ถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนการทำตั๋วเงินเทรดของธนาคารแห่งหนึ่ง มีการเสนอให้ค่าตอบแทนที่สูง มีโปรฯให้เลือกลงทุนเปลี่ยนไปทุกวัน เช่น 500/35 ลุงทุน 500 บาท จะได้ 17,500 บาท, 1,000/40 ลงทุน 1,000 บาท จะได้ 40,000 บาท และมีการขายเทรดให้ในราคา 100 บาท จะได้รับเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งแต่ละวันจะมีผลตอบแทนที่ต่างกันออกไป

นางภัทร กล่าวต่อว่า ต่อมามีการตั้งกลุ่มไลน์หลายกลุ่ม เพื่อแจ้งข่าวสารว่า เงินจะออกเมื่อไร แบ่งระดับชั้นผู้รับผิดชอบและผลประโยชน์ที่ต่างกัน จะมีการแจ้งข่าวให้สมาชิกทราบในกลุ่มไลน์ มีการหลอกสมาชิกว่าเงินจะออกแล้ว ให้โอนเงินเข้ามาตามยอดที่กำหนดเพื่อรักษาสิทธิ์ แต่เมื่อโอนเงินมาแล้วก็ไม่มีการโอนผลประโยชน์ใดๆให้สมาชิก โดยยังมีการโน้มน้าวชักจูง ให้ลงทุนเพิ่ม รวมถึงมีการข่มขู่บังคับ เพื่อให้คนที่ลงทุนในกลุ่มจนเกิดความกลัวหากจะถอนเงินทุนออก จึงต้องโอนเงินลงทุนเพิ่ม หากไม่ลงทุนเพิ่มจะถูกตัดสิทธิ์ ทั้งนี้ ยังมีการแอบอ้าง 9 หน่วยงานของรัฐ ประกอบด้วย 1.กระทรวงการคลัง 2.ปปง. 3.ป.ป.ช. 4.ป.ป.ส. 5.สตง. 6.ธปท. 7.สรรพากร 8.กระทรวงพาณิชย์ 9. ดีเอสไอ ว่ารับรองตั๋วเงินเทรดเหล่านี้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

นายภัทร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีแอบอ้างว่า เงินทุนมาจากสถาบัน หรือนักธุรกิจมีชื่อเสียง เจ้าสัวชื่อซีพี ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินลงไปร่วมลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท โดยผู้เสียหายที่รวมตัวมาวันนี้มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท จนปัจจุบันเงินก็ไม่ออกและยังมีการเรียกเก็บเงินจาก สมาชิกเพิ่มอยู่ต่อเนื่อง จนแน่ใจแล้วว่าถูกหลอกแน่นอน จึงได้มาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

กลุ่มผู้เสียหายระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีความคืบหน้าวันนี้ จึงได้รวมตัวกันมาแจ้งความ บช.สอท. ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งไว้ตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.