สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่ง โดยอาศัยอำนาจภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายการขยายทางการค้า ฉบับปี 2505 สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เกี่ยวกับการนำเข้าแร่ธาตุที่มีความสำคัญ แร่ธาตุหายาก และสินแร่ ว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างไรบ้าง
President Donald Trump launched a probe into the need for tariffs on critical minerals, the latest action in an expanding trade war that has targeted key sectors of the global economy https://t.co/v5yZDXYihA
— Bloomberg (@business) April 15, 2025
เนื้อหาในคำสั่งของทรัมป์ ไม่มีการระบุชื่อประเทศใดอย่างเจาะจง แต่กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สหรัฐพึ่งพิงต่างประเทศ “มากเกินไป” ในการนำเข้าทรัพยากรเหล่านี้ ซึ่งก่อให้เกิด “ภาวะช็อก” ในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งรุนแรง ยืดเยื้อ และในระยะยาว ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคง ความพร้อมในการป้องกันประเทศ เสถียรภาพของราคา ความมั่นคงและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน พร้อมทั้งต้องให้ความเห็นด้วยว่า สมควรมีการกำหนดอัตราภาษีกับการนำเข้าทรัพยากรเหล่านี้หรือไม่ โดยเน้นไปที่โคบอลต์ นิกเกิล และลิเทียม ตลอดจนการผลิตสินค้าที่ต้องการแร่ธาตุเหล่านี้ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และแบตเตอรี่
อนึ่ง ทรัมป์สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการลักษณะเดียวกันนี้ กับการตรวจสอบเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์หลายประเภท โดยมีการขึ้นภาษีกับสินค้าดังกล่าวอย่างละ 25% ในเดือน มี.ค. และ เม.ย. ที่ผ่านมา
ปัจจุบัน จีนครองสัดส่วนการผลิตแร่ธาตุหายาก 17 ชนิด ที่ผ่านการสกัดแล้วประมาณ 90% ของโลก และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สหรัฐนำเข้าแร่ธาตุหายากที่สกัดแล้วจากจีน.
เครดิตภาพ : AFP



