สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า นายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า “นี่เป็นการเตะบอลเข้าประตูตัวเองอย่างเลวร้ายที่สุด ในประวัติศาสตร์ของประเทศแห่งนี้ และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทำลายตัวเองมากที่สุด เท่าที่เราเคยพบเจอในประวัติศาสตร์อเมริกายุคใหม่”

สำนักงานของนิวซัมระบุว่า รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งหากเป็นประเทศจะถือว่า มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก อาจสูญเสียรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากมาตรการภาษีของทรัมป์ทำให้การค้าระหว่างประเทศหดตัว

คำฟ้องระบุว่า กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ซึ่งทรัมป์ใช้ในการเรียกเก็บภาษี ไม่ได้ให้อำนาจแก่ผู้นำสหรัฐ ในการกำหนดภาษีศุลกากร

“เรากำลังขอให้ศาลควบคุมประธานาธิบดี และยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญ” นายร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวกับผู้สื่อข่าว “ประธานาธิบดียังคงทำตัวราวกับว่า เขาอยู่เหนือกฎหมายอีกครั้ง ซึ่งไม่จริง”

บอนตาระบุว่า อำนาจในการกำหนดภาษีศุลกากรอยู่ที่สภาคองเกรส และการฟ้องนี้ต้องการให้แน่ใจว่า จะมีการยกเลิกนโยบายนี้ของผู้นำสหรัฐ

ขณะที่นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวตอบโต้นิวซัมว่า “แทนที่จะมุ่งไปยังการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมซึ่งยังคงแพร่หลาย คนไร้บ้าน และค่าครองชีพที่แพงหูฉี่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย นิวซัมกลับใช้เวลาไปกับการขัดขวางประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งกำลังแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน”.

เครดิตภาพ : AFP