ราคาทองคำนับตั้งแต่ต้นปีมานี้ เรียกว่า พุ่งขึ้นเป็นรายวันแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ว่าจะไปได้ถึงระดับ 50,000 บาท ตามที่บรรดานักวิเคราห์ หรือ กูรูทองทั้งหลายคาดการณ์ไว้ ทำเอาคนที่ขายทิ้งไปก่อนหน้านี้ออกปากเสียดายกันถ้วนหน้า 

หากจะกลับเข้าซื้อในราคาครึ่งแสนแบบนี้ ที่เทียบกับในอดีตระดับ 20,000-30,000 บาทแล้ว ก็ทำใจซื้อไม่ลง เพราะราคาแพงเกินเหตุไปเยอะมาก เพราะตั้งแต่ต้นปี หรือแค่ 3 เดือนครึ่ง ก็ปรับขึ้นมาแล้วเกือบแตะ 10,000 บาท

สาเหตุที่ราคาทองคำปรับขึ้นมาสูงชะลูดแบบนี้ ก็ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงโควิด จากนั้นเกิดสงครามในตะวันออกกลาง จนกระทั่งวันนี้เกิด “สงครามการค้า” ที่สถานการณ์ทั่วโลกขณะนี้ปั่นป่วนหนักมากจากอารมณ์ “ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ไม่แน่ไม่นอนเหมือนกับ “โรคไบโพลาร์“ ทำให้นักลงทุนทั้งหลาย เกิดอาการหวั่นวิตก จนโยกเงินมาพักตัวไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ”

การที่ราคาทองคำปรับขึ้นแบบบ้าคลั่งไม่มีที่สิ้นสุดนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยอะไรบ้าง

  1. เกิดการเสื่อมค่าของค่าเงินดอลลาร์
  2. เศรษฐกิจสหรัฐกำลังแย่จากการทำสงครามการค้า
  3. นักลงทุนประเมินว่าการทำสงครามการค้าครั้งนี้ สหรัฐทำร้ายตัวเอง
  4. จีนเริ่มหาพันธมิตรใหม่ฝั่งสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น แล้วหันหน้าเข้ามาเล่นงานสหรัฐ จนทำให้ภาคการค้าโลกเกิดความเปลี่ยนแปลง
  5. ผู้ที่เสียประโยชน์หลักๆ คือ สหรัฐ จึงประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐที่เคยแข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ย่ำแย่ลง
  6. เห็นการเปลี่ยนขั้ว เศรษฐกิจจีนอาจขยายตัว และจีนอาจไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ามากนัก เพราะได้รับผลกระทบมาระยะหนึ่งแล้ว