เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 เม.ย. 68 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 (ศปถ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการ/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เป็นประธานปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมด้วย และเป็นการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ตลอดจนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ผ่านระบบ Video Conference

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วงสงกรานต์เรามีสถิติใหม่ของการดำเนินการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. 68 รวม 7 วัน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนดำเนินการอย่างเข้มข้น ส่งผลให้มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ในอัตราที่ลดลงเกือบ 1 ใน 4 เรียกได้ว่า ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในทุกระดับอย่างแท้จริง สำหรับปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน ในเรื่องของการใช้ความเร็ว โดยมีจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องต่อไป เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

“ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ขอขอบคุณคณะอนุกรรมการฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ทุกระดับ ที่ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละวันหยุดเพื่อมาปฏิบัติงาน ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยความปลอดภัยและมีความสุข ทั้งการมอบสิ่งของและเครื่องดื่มในการสนับสนุนการตั้งด่าน และขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างดียิ่ง อันเป็นกำลังใจให้เราขับเคลื่อนให้จำนวนอุบัติเหตุลดลง เพราะเป็นภารกิจของเราที่จะต้องช่วยกันดูแลชีวิตของประชาชน และป้องกันอันตรายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ถอดบทเรียนและนำสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ ไปพัฒนารูปแบบ ปรับปรุงการรณรงค์ต่างๆ ให้จำนวนลดลงอีกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และในเทศกาลต่อๆ ไป เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีความปลอดภัยทางถนนได้อย่างยั่งยืน” นายอนุทิน กล่าว

ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุดคือการขับรถเร็ว รองลงมาเป็นการดื่มแล้วขับ โดยมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด ศปถ. ขอให้ทุกภาคส่วนถอดบทเรียนและหาแนวทางเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่เหมาะสม แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ลดการเกิดอุบัติเหตุในรถจักรยานยนต์ ลดพฤติกรรมการขับรถเร็วและการดื่มแล้วขับให้ได้ โดย ศปถ. ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และให้ความรู้หลักการใช้พาหนะอย่างปลอดภัย อาทิ การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ การขับขี่ยานพาหนะอย่างถูกต้อง และการจัดทำประกันภัย เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ขับขี่ ให้มีจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน และการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ให้เหลือเพียง 12 คน ต่อแสนประชากรได้จริง

สำหรับ ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 ประจำวันที่ 17 เม.ย. 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 17 เม.ย. 2568 เกิดอุบัติเหตุ 147 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 145 คน ผู้เสียชีวิต 22 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 43.54 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 26.53 และทัศนวิสัยไม่ดี ร้อยละ 15.65 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.11 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 89.80 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 44.22 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.25 ถนนในเมือง (เทศบาล) ร้อยละ 14.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 18.01-21.00 น. ร้อยละ 18.37 เวลา 09.01-12.00 น. ร้อยละ 17.69 และเวลา 15.01-18.00 น. ร้อยละ 15.65 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 17.96 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,762 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 50,945 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (11 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (11 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (3 ราย)

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับสรุปจำนวนอุบัติเหตุทางถนนสะสมใน ช่วง 7 วันของการรณรงค์ (11-17 เม.ย. 68) เทียบกับปี 67 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,538 ครั้ง (ลดลง 506 ครั้ง) คิดเป็น ร้อยละ 24.76 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ พัทลุง 63 ครั้ง ลำปาง 52 ครั้ง และนราธิวาส 49 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,495 คน (ลดลง 565 คน) คิดเป็น ร้อยละ 27.43 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 6 จังหวัด ได้แก่ นครนายก พิจิตร ภูเก็ต ระนอง สตูล และสิงห์บุรี จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ พัทลุง 61 คน ลำปาง 58 คน และนราธิวาส 53 คน ผู้เสียชีวิต รวม 253 ราย (ลดลง 34 ราย) คิดเป็นร้อยละ 11.85 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร 19 ราย พิษณุโลก สระแก้ว และเชียงราย 10 ราย และนครราชสีมา 9 ราย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 41.68 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 23.86 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 19.38  พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 63.33 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 19.34 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 18.88 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.34 ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุ ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.17 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดเวลา 15.00-18.00 น. ร้อยละ 20.68 เวลา 18.01-21.00 น. ร้อยละ 20.16 ส่วนช่วงอายุผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด 20-29 ปี ร้อยละ 19.16

ในห้วง 7 วันอันตรายมี ผู้ถูกเข้ากระบวนการคุมประพฤติตามกฎหมาย จำนวน 6,405 คดี โดยพบว่าเป็นความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา 6,100 คดี ซึ่งจังหวัดที่มีสถิติขับรถขณะเมาสุราสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 406 คดี สมุทรปราการ 351 คดี และเชียงใหม่ 302 คดี.